Author: lhmh-web

LH Bank ผนึกพันธมิตรเปิดบริการ Mobile Payment Service พร้อมเดินเกมรุกตลาด e-Wallet

 

LH Bank เดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Payment Service) ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service หรือการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันและส่งเสริมสังคมดิจิทัลพร้อมจับมือพันธมิตรรุกตลาด e-Wallet

คุณศศิธร พงศธร ฉัตรศิริวิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกรรมต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงินซึ่งลูกค้าหันไปทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เผยว่า คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงิน รวมถึงการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้น จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560 เป็น 47 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 49%

“สอดรับกับการเติบโตของฐานลูกค้า LH Bank ที่มียอดการใช้ Mobile Banking เติบโตถึง 56% จึงทำให้ธนาคารได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” คุณศศิธรกล่าว

การเปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile Payment Service) จะทำให้ LH Bank มีบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารเดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service การชำระเงินข้ามพรมแดน) โดยระยะเริ่มต้น LH Bank จะใช้ฐานลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และจะขยายฐานลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้น ในการเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน เพื่อยกระดับการให้บริการของกลุ่มการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งธนาคารมีแผนจัดรายการโปรโมชั่นกระตุ้นการขยายร้านค้า ด้วยการมอบอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ โปรโมทร้านค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ LINE และ Facebook ของธนาคาร รวมถึงพันธมิตรคู่ค้า e-Wallet ต่างๆ

ด้านคุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัดหรือ LHMH กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมมีการพัฒนาช่องทางการชำระเงินมาอย่างต่อเนื่อง จากแรกเริ่มที่ใช้การโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อยืนยันการสำรองห้องพัก มาเป็นยุคของการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ หรือพร้อมเพย์ จนปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นการชำระเงินในระบบของ e-Wallet ในรูปแบบ QR Code โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่ของโรงแรมเป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวไทย ดังนั้น การมีช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบายมากขึ้น รองรับ e-Wallet ของนักท่องเที่ยวจีนก็จะช่วยให้การใช้จ่ายและการจองห้องพักได้ง่ายขึ้น

“แนวโน้มการชำระเงินของลูกค้าโรงแรม มีพัฒนาการชำระในรูปแบบ e-Wallet มากขึ้น ซึ่งเมื่อ LH Bank มีบริการที่ครอบคลุม e-Wallet ชั้นนำของไทยและทั่วโลก ก็จะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

ดร. ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (ประเทศไทย) บริษัท AirPay จำกัด กล่าวว่า “AirPay มุ่งมั่นไม่เพียงแค่เป็นบริการ Online Payment ที่พร้อมยกระดับชีวิตผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลด้วยบริการครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปย์ครบ จบทุกการรอ” แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์บริการที่ตอบรับนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์ สำหรับความร่วมมือกับ LH Bank ในครั้งนี้ AirPay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Online Payment เจ้าแรกๆ ที่ช่วยเติมเต็มและอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน ส่งมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับธุรกิจในเครือ LHMH ทั้งในส่วนห้างสรรพสินค้าไปจนถึงโรงแรม และผู้ใช้บริการที่มีบัญชีธนาคาร LH Bank สามารถผูกบัญชีและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นแอร์เพย์ได้ ความร่วมมือของ LH Bank และ LHMH ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนกันและกัน และเป็นการขยายโอกาสของลูกค้าที่จะทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบ AirPay มากยิ่งขึ้น”

คุณแพทริค งาน ประธานกรรมการบริหาร QFPay International Company Limited หรือ QFPay กล่าวว่า QFPay เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านมือถือ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก และในครั้งนี้ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้แก่ร้านค้า เพิ่มช่องทางการรับชำระสินค้าและบริการแบบทันที เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดและเพื่อความคล่องตัว ในธุรกิจบริษัทคู่ค้าทางธุรกิจที่มีชื่อเสียง อาทิ กลุ่มโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ มากกว่าการให้บริการชำระค่าสินค้าแล้ว QFPay ยังมอบบริการ ที่ช่วย “เพิ่มมูลค่าบริการและโซลูชั่น” ให้แก่คู่ค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายรวมถึงโปรแกรมการสะสมแต้มและสมาชิกของคู่ค้าผ่านทางดิจิทัลโซลูชั่น การสแกน QRC สั่งอาหารผ่านคูปองดิจิตอล หรือ โปรโมชั่น “Red Packet” (อั่งเปา) เป็นต้น

แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ยึดทำเลทองพัทยาเหนือ ผุดโครงการ ‘มิกซ์ยูส’ ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า ปักธงต่างจังหวัดเป็นที่แรก

กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล พร้อมปักธงต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก เปิดโครงการ มิกซ์ยูส “โรงแรม-ศูนย์การค้า” ที่พัทยา Q4 นี้ สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ทำเลเจาะใจกลางเมืองโซนพัทยาเหนือ พื้นที่ 33 ไร่ งบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ด้วยพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า โครงการใหม่ที่เมืองพัทยาเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ของกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ต่อจากโครงการเทอร์มินอล21 ที่อโศก กรุงเทพฯ โดยที่เมืองพัทยามีพื้นที่กว่า 33 ไร่ ประกอบไปด้วยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จำนวน 396 ห้อง สวนน้ำลอยฟ้าพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตรและ ห้องประชุมสัมมนา จับกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่
ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น โรงภาพยนตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์อาหารPier 21 และร้านค้ามากกว่า 500 ร้านค้า โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณพัทยาเหนือ และมีทางเข้าออกได้มากถึง 3 เส้นทางหลัก คือถนนพัทยาเหนือ ถนนพัทยาสาย 2 และถนนเพ็ชรตระกูล

สำหรับโครงการฯดังกล่าว กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ยังมีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพในเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พื้นที่เมืองพัทยายังครอบคลุมไปถึงเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบทั้งเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง และกีฬาทางน้ำ นอกจากนี้ยังมีสถานที่และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ มากมาย ไม่เพียงแต่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกแล้ว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ปราสาทสัจธรรม พิพิธภัณฑ์ริปลีย์ส สนามโกคาร์ท หมู่บ้านช้างพัทยา เมืองจำลอง ตลาดน้ำสี่ภาค อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ เป็นต้น เมืองพัทยาจึงถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการให้บริการแบบครบวงจรสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ในทุกรูปแบบพฤติกรรมการบริโภค การท่องเที่ยว และทุกระดับฐานะทางเศรษฐกิจสังคม โดยกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์
โฮเทล คาดว่าในปีที่ 2 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งเป้ามีอัตราเข้าพัก 88% และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ตั้งเป้ามีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

ด้านนายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 โคราช, เดอะ พรอมานาด และไลฟ์ เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา เป็นโครงการใหม่ล่าสุดของเราในปี 2561 ซึ่งนับเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ระยะยาวจากเครือแลนด์แอนด์เฮาส์ในตลาดภูมิภาคแห่งแรก บนพื้นที่โครงการ 33 ไร่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ SFX จำนวน 7 โรง ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงบนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ศูนย์อาหารPier 21ฟู้ดคอร์ท มากกว่า 30 ร้านค้าบนพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร พื้นที่รวมของอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้งสุดชิคที่ยกโลกทั้งใบมารวมไว้ในที่เดียว พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบสถาปัตยกรรมล้ำสมัยสไตล์ มาร์เก็ตสตรีท จากแรงบันดาลใจของ 6 มหานคร แหล่งการช้อปปิ้งระดับโลก ได้แก่ ปารีส, ลอนดอน, อิตาลี, โตเกียว, ซานฟรานซิสโก และฮอลลีวูด เชื่อมต่อถึงกันด้วยดีไซน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครของบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในศูนย์การค้าของประเทศไทยความยาวรวม 39 เมตร ตระการตาไปกับเครื่องบินบนรันเวย์ที่ยาวกว่า 250 เมตร ติดชายหาดจำลอง ซึ่งน่าจะดึงดูดผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่าสำหรับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นอาคารสูง 32 ชั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ภายใต้คอนเซปส์ “A Journey of Discovery” เดินทางสู่มุมพักผ่อนอันสวยงามหลากหลายด้วยพื้นที่ภายใน
บริเวณโรงแรมที่ถูกออกแบบตกแต่งอย่างสุดประทับใจควรค่าแก่ความทรงจำและการถ่ายภาพสวยๆ ไปฝากครอบครัวและพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นอย่างยิ่ง

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งอยู่เหนือ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา บริเวณวงเวียนโลมาใจกลางพัทยาเหนือ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางจากทั่วโลก ที่นี่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับผู้มาเยือน โดยจำนวนห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) และห้องสวีท (Suite) ทั้ง 396 ห้อง ตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไป ทุกห้องพักออกแบบให้เห็นวิวทะเลทั้งหมดด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติและระเบียงส่วนตัว ภายในออกแบบและตกแต่งสไตล์คลาสสิคเน้นโทนสีน้ำเงินเข้ม-สีฟ้าน้ำทะเลผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ห้องพักทุกห้องประดับด้วยกลุ่มดวงดาว ซึ่งมีประกายระยิบระยับเหนือเตียงที่พักสร้างการพักผ่อนในวันแสนสบายและการหลับที่เป็นสุขพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริการพิเศษอันเป็นมาตรฐานของกลุ่มโรงแรมในเครือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ อย่าง Free Wi-Fi ครอบคลุมทุกจุดของโรงแรม เครื่องผลิตน้ำแข็ง และตู้ขายของอัตโนมัติในราคาประหยัดบริการในทุกชั้นตลอด 24 ชั่วโมง บริการเครื่องดื่มต้อนรับฟรีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ที่ลอบบี้ และ ขนมเครื่องดื่มให้บริการฟรีในห้องพัก นอกจากนี้แล้วทางโรงแรมยังขยายพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ทั้งสวนน้ำ (Water Park) ขนาดใหญ่ อาณาจักรแห่งความสนุกชุ่มฉ่ำใจกลางเมืองพัทยาซึ่งมีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบในคอนเซปส์ “อวกาศ” (Space) พร้อมเครื่องเล่นครบครัน สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 3 สระพร้อมสไลเดอร์ อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi) และ สระน้ำสำหรับเด็กแยกเฉพาะให้เด็กๆ เพื่อความปลอดภัยและได้เล่นสนุกชุ่มฉ่ำกับเครื่องเล่นโดนใจกันตลอดวัน สกายบริดจ์ (Sky Bridge) มุมสุดชิคสำหรับถ่ายภาพบนทางเดินกระจกยื่นไปในอากาศ รวมถึงพื้นที่สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่สำหรับช่วงเวลาที่ดีสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงและคู่รัก ทางโรงแรมยังตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มประชุมสัมมนาด้วยพื้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ 7 ห้อง ขนาดความจุกว่า 300 คนซึ่งห้องประชุมทุกห้องได้รับแสงธรรมชาติ มีทิวทัศน์ที่งดงาม ให้บรรยากาศการประชุมที่น่าพึงพอใจ และยังได้เตรียมพื้นที่สำหรับกิจกรรมสัมมนาและกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ อาทิ แอมฟิเธียเตอร์ (Amphitheatre) ลานกลางแจ้งที่สามารถรองรับกิจกรรมการประชุม ปาร์ตี้ส่วนตัวกับมุมซีฟู้ดบาร์บีคิว หรืองานสังสรรค์ได้ถึง 150 คน เป็นต้น รวมถึงการจิบชา กาแฟหรือเครื่องดื่มในยามสายหรือบ่าย ในบรรยากาศตะกร้าปิคนิคให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกมุมจิบชาได้ตามความชอบ บนโต๊ะหรือบนสนามหญ้าชมวิวของท้องทะเล ในส่วนของร้านอาหาร ด้วยห้องอาหาร 2 ห้อง ทั้ง เวฟแอนด์วินด์ (Waves & Wind) สำหรับการบริการอาหารเช้าสุดพิเศษที่เน้นเสิร์ฟตามความต้องการของผู้เข้าพักและ All day dining ในบรรยากาศของสวนน้ำและสวนอันร่มรื่น เดอะสกาย 32 (The Sky32) ห้องอาหารซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ให้เห็นวิวทะเลอ่าวพัทยา และเมืองพัทยา 180 องศา ในยาม
พระอาทิตย์ตกดินตราบจนค่ำคืนที่เห็นแสงสีของพัทยาทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ใหม่ที่คุณจะได้สัมผัสเมืองพัทยาในมุมมองใหม่ และสวยงามที่สุด

สำหรับรายได้รวมเฉพาะกลุ่มโรงแรมในปี 2562 คาดการณ์ประมาณ 3 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2561 ประมาณ 20% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีที่ 88% คาดว่ากลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ และไต้หวัน พร้อมทั้งคาดว่าจะมีลูกค้าจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ประกอบด้วย ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 4 แห่งได้แก่ ราชดำริ เพลินจิต เทอร์มินอล 21 และสุขุมวิท 55 รวมถึงศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ที่จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยสัดส่วนรายได้ปัจจุบันโรงแรมยังมากกว่าศูนย์การค้าประมาณ 60:40 เนื่องจากศูนย์การค้ายังมีเพียงแห่งเดียวซึ่งได้นำเข้ากองทรัสต์แล้ว จึงมีรายได้เฉพาะจากการบริหารพื้นที่ขายแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด และเทอร์มินอล21 โคราช ซึ่งปลายปีนี้จะมีการเปิดศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยาและยังไม่นำเข้ากองทุน ซึ่งจะทำให้รายได้จากศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 45% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจยังไม่ใช่เป้าหมายหลัก โดยเป้าหมายหลักที่แท้จริงคือการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้สำเร็จ นางสุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย