Category: News

“โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจโรงแรมของกลุ่ม LHMH เนรมิตแลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านการค้าใจกลางกรุงเทพฯ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสในมุมที่แตกต่าง

23 พฤศจิกายน 2566 : กลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ฉลองเปิดตัว โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ (Grande Centre Point Surawong Bangkok) โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรู แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางย่านสุรวงศ์ ที่โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งในย่านการค้าใจกลางกรุงเทพฯ ผสานการออกแบบบที่สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของย่านการค้าที่รุ่งเรือง ตัวโรงแรมออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตกแนว Art Deco แฝงด้วยวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ผสานตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของผู้เข้าพัก ทั้งห้องพักที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สระว่ายน้ำที่สามารถชมทิวทัศน์กรุงเทพฯ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ห้องฟิตเนสและเกมส์รูมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมไปถึงห้องจัดเลี้ยงที่มีเทคโนโลยีจอ LED ขนาดใหญ่ และระบบแสงเสียงทันสมัยครบครัน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย เตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี
คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยถึงการเติบโตของธุรกิจในกลุ่ม LH Mall and Hotel ว่า “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดดำเนินการทั้งสิ้น ณ ปัจจุบันถึง 6 สาขา ได้แก่ โรงแรม แกรนด์       เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไตรมาส 3 ในปี 2565 และมีผลตอบรับที่ดีเกินคาด มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 90% ภายในเวลาอันรวดเร็ว
โดยในปี 2566 นี้ กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีผลประกอบการรวมตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2566 มีรายได้รวมประมาณ 3,955 ล้านบาท และประมาณการว่าปี 2566 จะสามารถทำรายได้รวมทั้งปีประมาณ 4,800 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของเครือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ มาจากภาพรวมของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 4 สาขา ในกรุงเทพมหานคร มีการเติบโตของรายได้รวมสูงถึงประมาณ 85% และสาขาที่พัทยา 2 แห่ง เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเติบโตโดยรวมของกลุ่มบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล มีตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจของรายได้รวมสูงขึ้นถึง 110% จากปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการที่เราคาดหวังไว้ และถือว่าธุรกิจมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดประเทศในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน และรายได้กลับมาสูงกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยรายได้เฉลี่ยห้องพักต่อห้องเพิ่มขึ้นกว่า 20% และอัตราการเข้าพักที่ประมาณ 90% ในทุกสาขา
ในด้านทิศทางโดยรวมของธุรกิจ บริษัทฯ ยังมีมุมมองบวกต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ซึ่งดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี แม้ว่ายังมีปัจจัยท้าทายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังเชื่อว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ มีทิศทางดีขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเดินทางทั่วโลก ภาพรวมการท่องเที่ยว และโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเป็นจำนวนมากตามคาดการณ์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ยังเป็นผลสำเร็จจากการวางกลยุทธทางการขาย การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ควบคู่กัน  สำหรับแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เราเน้นเรื่องความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้น เราจึงใส่ใจเรื่องของการบริการ พวกเรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักที่ไม่มีใครเหมือน โดยศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการให้ดีกว่าของคู่แข่ง โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่นักท่องเที่ยวเว้นจากการเดินทางท่องเที่ยวนาน เราได้พัฒนาบริการ สถานที่ ห้องพัก และเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ตอบโจทย์นักเดินทางที่กำลังมองหาประสบการณ์สำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ในจุดหมายปลายทางซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและด้วยทำเลที่โดดเด่นของโรงแรมทุกสาขาของเรา ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ และพัทยา ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อค้นหาเรื่องราวทางวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง ทั้งนี้ การพัฒนานี้ รวมไปถึงการออกแบบที่เราใส่ใจในทุกรายละเอียดให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของพื้นที่ ผสานการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ ลูกค้าที่เดินเข้ามาในโรงแรมของเราจะต้องกลับออกไปพร้อมความประทับใจ
สำหรับสิ่งที่ทำให้แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทุกสาขา ประสบความสำเร็จ มาจากการที่เราเชื่อมั่นในคุณภาพและการบริการที่ลูกค้าจะได้รับ เพราะโจทย์ใหญ่ของพนักงานทุกคนคือความพึงพอใจของลูกค้า และที่สำคัญคือแกรนด์        เซนเตอร์ พอยต์ ไม่เคยหยุดพัฒนาในทุกด้าน นอกจากการขยายสาขาโดยเลือกจากทำเลที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทาง     ยังรวมไปถึงการพัฒนาดีไซน์โรงแรม การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราคิดมาอย่างละเอียด การออกแบบบริการที่ปรับเปลี่ยนตามลูกค้าในแนวทางของ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์  และพัฒนาบุคลากรให้ปรับเปลี่ยนได้ทันกับการเติบโตของกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ ยังพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการในช่องทางการสำรองห้องพักที่สะดวกและง่ายจนถึงการเข้าพัก”
ทางด้าน คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีมาก มีผลการดำเนินงานที่ดี ทุกสาขาได้รับการตอบรับทั้งจากชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างดี โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90% ทุกสาขา และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20% โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวหรือเทศกาลซึ่งมียอดจองเข้ามาถึงสิ้นปี ซึ่งเราคาดหวังว่าจะมีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะโครงการล่าสุด แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา Themed Hotel แห่งแรกในไทย ซึ่งเป็นพอร์ต โฟลิโอ ที่เปิดดำเนินงานและทำรายได้โดยรวมในช่วงระยะเวลา 10 เดือนแรกของปี รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณการว่าสิ้นปี 2566 โครงการแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จะมีรายได้รวมทั้งปีทั้งสิ้นประมาณ 1,300 ล้านบาท             แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เป็นแบรนด์ Limited Collection ของกลุ่ม นับเป็นการขยายรูปแบบการให้บริการที่พักให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร โดยได้เปิดดำเนินการและประสบความสำเร็จอย่างมากมายในปีที่ผ่านมา โดยสามารถทำรายได้ตลอด 1 ปี Yield of Investment สูงถึง 20% การเปิดตัว         แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสำคัญของการปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ที่บริหารภายใต้กลุ่มแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน และสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราได้ทยอยปรับปรุงทุกสาขาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสะดวกสบาย ประสบการณ์ และความคุ้มค่าให้กับผู้เข้าพัก
ในปีนี้เราพร้อมเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงแรม Tier Timeless Collection ซึ่งครบครันด้านสถานที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจ และเชื่อมต่อกับ Old Town โดยถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์ทุกพื้นที่ของโรงแรม ซึ่งถือเป็นการต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ของกลุ่ม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เป็น แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาที่ 7
ด้านการคาดการณ์การเติบโตสำหรับปีหน้า ขณะนี้เรามีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใน 3 โลเคชั่นที่ดีที่สุดเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นก้าวใหม่ในการขยายธุรกิจของกลุ่ม โดยในไตรมาสแรกของปี 2568 จะเปิดโครงการมิกซ์ยูส (Mixed use) สูง 50 ชั้น ริมถนนพระราม 4 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าลุมพินี 200 เมตร เปิดให้บริการอาคารสำนักงานและโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 512 ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง คาเฟ่ สปา ออนเซน ห้องอาหาร และห้องอาหารรูฟทอป ซึ่งจะเป็นโรงแรมใน Tier Prestige Collection และต่อมาในไตรมาสแรกของปี 2569 จะเปิดโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาใหม่ที่ราชดำริ ซึ่งเป็นแฟลกชิปของกลุ่มที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ ติดถนนราชดำริ ซึ่งเป็นที่ดินอาคารเพนนินซูล่าเดิม ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 509 ห้อง ห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ฟิตเนส สระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา ออนเซน ห้องอาหาร และห้องอาหารรูฟทอป และในปี 2570 เราจะมีแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สาขาที่ 3 ที่พัทยา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่ง Themed Hotel ของแบรนด์ใน Tier Limited Collection ให้บริการห้องพักจำนวน 494 ห้อง ในธีมล่าสุดที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะเป็นโปรเจกต์ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ แห่งที่ 10 ของเรา
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์และสัญญาขายสังหาริมทรัพย์ของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา ให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เป็นระยะเวลาประมาณ 25 ปี และ 29 ปี ตามลำดับ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสัญญาดังกล่าว ได้มีผลบังคับใช้ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 จากการเพิ่มทุนเพิ่มเติมและการกู้ยืมเงินของกองทรัสต์ LHHOTEL มูลค่ารวมประมาณ รวม 9,400 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนของ LHHOTEL ได้เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องจากขนาดกองทรัสต์ที่ใหญ่ขึ้นรองรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนใน LHHOTEL
โดยทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เป็นกองทรัสต์โรงแรมที่มีมูลค่าทรัพย์สินและมูลค่าตามราคาตลาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมที่พัทยาอีก 2 แห่ง ส่งผลให้มีทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอรวม 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21, โรงแรมแกรนด์     เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มีห้องพักรวมทั้งสิ้น 2,287 ห้อง ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โรงแรมทั้ง 5 แห่ง มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงประมาณ 90% และปัจจุบันยังคงมีลูกค้าคนไทยและต่างชาติจองห้องพักล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45% นอกจากนี้ บริษัทฯ ในฐานะ Sponsor ของกองทรัสต์ยังมี Pipeline ในการพัฒนาทรัพย์สินใหม่ ๆ ที่เป็นโอกาสให้กับ LHHOTEL ในการสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต โดยขึ้นกับความพร้อมของทรัพย์สินและสภาวะตลาดการลงทุนต่อไป”
คุณภาคิน เอียงผาสุข ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ได้เล่าถึงจุดเด่นของโรงแรมว่า “สำหรับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลทองที่อยู่ตรงกลางของย่านธุรกิจการค้าหลักๆ ของกรุงเทพฯ ทั้งย่านสุรวงศ์ บางรัก เจริญกรุง สีลม สาทร อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ อย่างบางรัก เจริญกรุง ทรงวาด ซึ่งเรายังคงเน้นการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก ด้วยคอนเซ็ปต์ “Immerse in Bangkok soul, where culture meets comfort” เพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักที่ผ่อนคลาย ในย่านที่เชื่อม Old Town และ Commercial ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทั้งภายในห้องพัก และส่วน Facilities การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เสริมด้วยการให้บริการที่นำเอาหลักการของแกรนด์   เซนเตอร์ พอยต์ คือ Grande Your Stay มาสร้างความแตกต่าง เพื่อรองรับผู้เข้าพักทุกคนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ และสัมผัสมหานครกรุงเทพฯ ในมุมที่แตกต่างออกไป
โดยจากสถิติการเข้าพักในทุกสาขา เรามีลูกค้าหลักจากทุกกลุ่มเป็นชาวต่างชาติ ทั้งกลุ่มเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป ซึ่งสำหรับสาขาสุรวงศ์นี้ ด้วยพื้นที่ตั้งที่เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าฐานยุโรปและเอเชีย และยังมีกลุ่มคนไทย ที่เข้ามาใช้บริการอื่นๆ ของโรงแรม อย่างห้องประชุมสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง หรือห้องอาหาร ซึ่งเราให้ความสำคัญไม่แพ้ห้องพักเช่นกัน
ส่วนกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้า เรามองว่าแนวโน้มฐานลูกค้าสำคัญในปัจจุบัน คือการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองผ่านการสำรองห้องพักทางออนไลน์ โดยศึกษาข้อมูลผ่านรีวิว และคะแนนความประทับใจ ดังนั้น เราได้เน้นสร้างจุดขายใหม่ๆ ที่ทำให้การเข้าพักคุ้มค่า สะดวกสบาย และสมบูรณ์ขึ้น เริ่มตั้งแต่การพัฒนาระบบสำรองห้องพักที่รองรับการจ่ายเงินทุกรูปแบบ ด้านเทคโนโลยีในห้องพัก เช่น การเปลี่ยนโทรทัศน์ เป็น Smart TV ทั้งหมด การเพิ่มสัญญาณ WiFi การเพิ่มความสะดวกสบายในห้องพัก ในด้านปรับปรุงเตียงเพื่อให้นอนหลับได้สบาย ได้เปลี่ยนมาใช้เตียงใหม่ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าพักได้รับการพักผ่อนที่สบายกว่าเดิม เพิ่มความนุ่มของเตียงด้วยชั้นรองเตียงหนานุ่ม ใช้ผ้าปูที่นอนจากคอตตอน 100 อย่างดี แบบทอ 300 เส้น เพิ่มจำนวนหมอน Micro Gel ใช้สีขาวทั้งหมด เพื่อความคลาสสิกแลดูสะอาดตา เพิ่มมินิบาร์ ให้บริการฟรีในห้องพัก และอัพเกรด Amenity ทั้งหมด ด้าน Facilities ทุกโรงแรมมีการปรับปรุงพื้นที่โดยเพิ่มพื้นที่ Games Room ซึ่งให้บริการทั้ง เกมส์อาร์เคด เกมส์ เพลสเตชั่น และบอร์ดเกมส์ ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวปัจจุบัน รวมไปถึงพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้ใหม่ และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ปีนี้เราเดินหน้าขยายธุรกิจและรายได้ด้านประชุม โดยพัฒนาส่วนของพื้นที่ประชุมและจัดเลี้ยงโดยเพิ่มเทคโนโลยีสำหรับจัดประชุมเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้จอ LED เชื่อว่าด้วยจุดแข็งในด้านทำเล ของทุกสาขา กับการพัฒนาด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และบริการนี้ จะทำให้เราขยายฐานลูกค้าไปได้ทุกกลุ่ม”
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ให้บริการห้องพักจำนวน 399 ห้อง โดยเริ่มตั้งแต่ห้องดีลักซ์ (Deluxe) ขนาดเริ่มต้น 44 ตร.ม. ได้ทิวทัศน์เมืองทุกห้องพัก ห้องประชุมขนาดเริ่มต้น 53 ถึง 262 ตร.ม. ห้องอาหารจีน ฮั้ว ห้องอาหารรูฟทอป บางรักกริลล์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และเกมส์รูม
โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ (Grande Centre Point Surawong Bangkok) เปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ โดยสำรองห้องพักได้ที่ grandecentrepointsurawong.com หรือ โทร 02 0795888
ติดตามข้อมูล แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ
  • grandecentrepointsurawong.com
  • Line@: @gcpsurawong
  • Facebook: @gcpsurawong
  • Email: surawong@gcphotels.com
  • เบอร์โทร: 02 0795888

สัมผัสการพักผ่อนอย่างเหนือระดับ ที่ Grande Centre Point Surawong แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางย่านสุรวงศ์ พร้อมดื่มด่ำไปกับไลฟ์สไตล์คนกรุงที่ผสานเข้ากับวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

เป็นที่รู้กันดีว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวไม่แพ้มหานครแห่งใดในโลก ด้วยความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ และศิลปะวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว เช่นเดียวกับย่านสุรวงศ์ ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมถนนสายธุรกิจหลายสายทั้งถนนสีลม สาทร และเจริญกรุง ทำให้เป็นย่านการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีความหลากหลายทั้งผู้คนและ มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานระหว่างโครงสร้างไทยแบบดั้งเดิมและการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฝั่งยุโรป สถาปัตยกรรมในย่านสุรวงศ์มีความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมให้เห็นตั้งแต่ยุคนีโอคลาสสิก โคโลเนียล  ไปจนถึงสมัยใหม่ และหลังสมัยใหม่ ย่านสุรวงศ์จึงเป็นย่านที่มีเสน่ห์อย่างแตกต่าง ที่ซึ่งวัฒนธรรมตะวันตกผสานกับตะวันออกได้อย่างลงตัว

Immerse in Bangkok’s soul, where culture meets comfort

            โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โรงแรมระดับ 5 ดาว แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางย่านสุรวงศ์ โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งในย่านศูนย์กลางธุรกิจและดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ของโรงแรม เป็นย่านที่มีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจครบทุกด้านด้วยที่ตั้งในย่านใจกลางเมือง ใกล้ทั้งแหล่งธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญ และย่านที่พักอาศัย เดินทางสะดวก สามารถเดินไปยังท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยาได้

            ในด้านการออกแบบ สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวาของย่านการค้าที่รุ่งเรืองผ่านสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ทว่ามีความเงียบสงบ เป็นส่วนตัวเมื่อเข้ามาอยู่ด้านใน ตัวโรงแรมออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมตะวันตกแนวโคโลเนียล แฝงด้วยวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ผสานตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว สถาปัตยกรรมถูกออกแบบโดยทีมสถาปนิกจากบริษัท  Palmer & Turner ซึ่งนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในการออกแบบอาคาร โดยผสมผสานรูปทรงตะวันตกให้เหมาะสมกับยุคสมัย ส่วนการตกแต่งภายใน บริษัท interior visions เป็นผู้ดูแลการออกแบบโดยสถาปนิกได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของย่านการค้าหลักของกรุงเทพฯ มาถ่ายทอดในงานดีไซน์ ทั้งย่านสุรวงศ์ บางรัก เจริญกรุง พาหุรัด และเยาวราช

            นอกจากนี้ ความโดดเด่นของการออกแบบมุ่งเน้นที่ความสะดวกสบาย และเข้ากับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ทั้งห้องพักที่ครบครันทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สระว่ายน้ำที่สามารถชมทิวทัศน์กรุงเทพฯ ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ห้องฟิตเนสและเกมส์รูมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ รวมไปถึงห้องจัดเลี้ยงที่มีเทคโนโลยีจอ LED ขนาดใหญ่ และระบบแสงเสียงครบครัน ผสานความใส่ใจในการตกแต่งที่ต้องการให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสกับบรรยากาศของย่านเมือง ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวผ่านผลงานศิลปกรรมตั้งแต่บริเวณล็อบบี้ รวมถึงสร้างประสบการณ์และความสนุกของการเข้าพัก ด้วยการคอลลาบอเรชั่นกับศิลปินน้ำน้อย – ปรียศรี พรหมจินดา เพื่อถ่ายทอดความเป็นมาของโรงแรม ผ่าน Mekha ซึ่งเป็น สัญลักษณ์ ของโรงแรม

            โดย Mekha มีที่มาจาก “ท้องฟ้าที่สว่างไสวในยามกลางวัน” ซึ่งสื่อถึงคำว่า “สุริยวงศ์” ซึ่งก็คือชื่อย่าน ซึ่งผู้เข้าพักสามารถสัมผัสละเห็นลวดลายของสุริยะและก้อนเมฆในงานออกแบบภายใน และในอีกนัยหนึ่ง Mekha เป็นตัวแทนความนุ่มสบายของก้อนเมฆ เปรียบเสมือนการเข้าพักในโรงแรม และพักผ่อนบนเตียงซิกเนเจอร์ของโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ ที่ให้ความนุ่มสบายเหมือนนอนบนก้อนเมฆซึ่งทุกท่านสามารถ เลือก ซื้อภาพวาด หรืองานศิลปะผ่านที่ร้าน Mekha Shop ร้านขายของที่ระลึกที่จากผลงานศิลปินน้ำน้อย และศิลปินท่านอื่นๆที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดง

            จากทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางย่านสำคัญ ของกรุงเทพฯ ทำให้การเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ ประมาณ 550 ม. และห่างจากท่าเรือตากสิน 550ม. นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสชีวิตสองข้างทางด้วยการเดินไปชมตลาดน้อย ท่าเรือตากสิน และถนนเจริญกรุง โดยรถ  Shuttle Services ของโรงแรม

            “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ บริการห้องพักขนาดเริ่มต้น 44 – 106 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลินกับการออกแบบร่วมสมัยพร้อมเสน่ห์ของโลกยุคเก่าที่ก่อให้เกิดความงามอันเป็นเอกลักษณ์

            นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมอีกมากมาย สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า สตรีมซาวน่า ฟิสเนต เกมส์รูม ห้องอาหาร Bangrak Grill Rooftop Restaurant สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของสไตล์อเมริกันสเต็กเฮ้าส์ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา, ห้องอาหาร Hua นำเสนออาหารที่ผสมผสานอาหารจานโปรดแบบดั้งเดิมจากฮ่องกงเข้ากับกลิ่นอายไชน่าทาวน์แบบดั้งเดิม พร้อมด้วย Let’s Relax Spa ผ่อนคลายกับบริการนวดแผนไทย ที่จะช่วยคืนความสดชื่นมีชีวิตชีวาหลังการเดินทางหรือเดินช้อปปิ้งมาตลอดทั้งวันอีกด้วย

            เริ่มเปิดให้จองห้องพักตั้งแต่ 15 กันยายน 2666 เป็นต้นไป โปรโมชั่นพิเศษสุดในช่วงPre-Sale 5,100 บาท และเครดิตที่มาในรูปแบบเหรียญโทเคน สำรองห้องพักได้ที่ grandecentrepointsurawong.com หรือ โทร 02 0795888

ติดตามข้อมูล แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์ กรุงเทพฯ

กองทรัสต์ LHHOTEL ลงทุนเพิ่มเติม 2 ทรัพย์สินใหม่ศักยภาพสูง ‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา’ และ ‘โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา’ กระจายการลงทุนสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ดันมูลค่าพอร์ตสินทรัพย์โตเท่าตัว

กองทรัสต์ LHHOTEL เตรียมลงทุนเพิ่มเติมใน 2 ทรัพย์สินใหม่ศักยภาพสูง “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” มูลค่ารวมไม่เกิน 9,800 ล้านบาท กระจายการลงทุนจากกรุงเทพฯ สู่พัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกรับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว หนุนมูลค่าสินทรัพย์รวมเติบโตเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท โชว์ผลการดำเนินงานกองทรัสต์ฯ ฟื้นตัวรวดเร็วหลังจากเปิดประเทศปลายปีที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 6 เดือนแรกปี 2566 ของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 3 แห่งที่เป็นทรัพย์สินปัจจุบันในกรุงเทพฯ สูงกว่า 90% แซงหน้าช่วงก่อนเกิดโควิด-19
นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ Sponsor ของกองทรัสต์ ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช โฮเทล (LHHOTEL) เปิดเผยว่า พัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย สามารถเดินทางได้สะดวกเพียง 1 ชั่วโมงกว่าจากกรุงเทพฯ  โดยการท่องเที่ยวพัทยาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากเปิดประเทศปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของพัทยา ยังได้รับปัจจัยบวกจากโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในจังหวัดชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา ให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนและแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ เช่น ยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3, พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อ 3 สนามบิน เป็นต้น
  ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจโรงแรม (ทุกระดับ) และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในพัทยา ณ สิ้นปี 2565 มีจำนวนห้องพักรวมประมาณ 60,000 ห้อง ในจำนวนดังกล่าวเป็นโรงแรมระดับบน 22% และโรงแรมระดับลักชัวรี่เพียง 1% ส่วนที่เหลือเป็นโรงแรมระดับกลาง 64% โรงแรมราคาประหยัด 11% และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 2% โดย “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา” และ “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” ซึ่งพัฒนาและบริหารโดยบริษัท และเป็นทรัพย์สินที่ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้ จัดอยู่ในโรงแรมระดับลักชัวรี่และโรงแรมระดับบนซึ่งมีคู่แข่งน้อยราย โดยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา มีจำนวน 490 ห้องพัก ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์อวกาศแห่งแรกในประเทศไทย โดยมีสวนน้ำอวกาศ Space Water Park ขนาดใหญ่กว่า 12,000 ตารางเมตร สปาและออนเซ็นซีวิวแห่งแรกในประเทศไทย นับจากเปิดบริการเดือนสิงหาคม 2565 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าต่างชาติและคนไทย โดยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 91% ส่วนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา มีจำนวน 396 ห้องพัก ตั้งอยู่บนศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา แหล่งช้อปปิ้งใจกลางย่านพัทยาเหนือ ที่เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เปิดบริการปลายปี 2561 จุดเด่นคือห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลและสามารถเดินทางเข้าออกโรงแรมได้อย่างสะดวกสบายด้วย 3 ถนนเส้นหลัก มีสวนน้ำลอยฟ้า 6,000 ตารางเมตร โดยผลการดำเนินงานฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยกว่า 91% เช่นเดียวกัน แม้ว่าชาวจีนยังไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างเต็มที่
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวและโรงแรมของประเทศไทยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้ว 12.9 ล้านคน สูงกว่าปี 2565 โดยทั้งปีที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.2 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยตลอดปี 2566 จะมีจำนวนรวมประมาณ 25 – 30 ล้านคน แม้ยังไม่เท่ากับปี 2562 ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และนักท่องเที่ยวชาวจีนยังไม่ได้เดินทางมาไทยเท่ากับเป้าหมายตามที่คาดไว้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ล่าสุดรัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น เช่น นโยบายฟรีวีซ่า เป็นต้น ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม
ดังนั้น การลงทุนภายใต้ธีมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจึงน่าสนใจและเป็นโอกาสดีที่จะเข้าลงทุนในกองทรัสต์ประเภทโรงแรมซึ่งจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายดังกล่าว อีกทั้งในปัจจุบันทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมีแนวโน้มเข้าใกล้จุดสูงสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนในกองทรัสต์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทรัสต์ LHHOTEL ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มโรงแรมที่มีศักยภาพ มีผลการดำเนินงานที่ดี พัฒนาและบริหารงานโดยบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญและได้มาตรฐาน ล่าสุดอยู่ระหว่างการเตรียมการลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งเป็นทรัพย์สินคุณภาพจาก บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ในเครือ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ LHHOTEL กล่าวว่า ปัจจุบันกองทรัสต์ LHHOTEL มีทรัพย์สินหลัก 3 โครงการ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 จำนวน 462 ห้องพัก, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ จำนวน 497 ห้องพัก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 จำนวน 442 ห้องพัก โดยผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90%  และค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2562 แล้วกว่า 20% ขณะที่ผลการดำเนินงานของกองทรัสต์ LHHOTEL ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากเปิดประเทศและกลับมาจ่ายประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตั้งแต่งวดไตรมาส 3/2565 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 กองทรัสต์จ่ายเงินปันผล แล้ว 2 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 0.58 บาทต่อหน่วย
ทั้งนี้ จากภาพรวมการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่กองทรัสต์ LHHOTEL จะลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมพัทยา 2 โครงการ นับเป็นการกระจายการลงทุนสู่พัทยาเป็นครั้งแรกในทรัพย์สินศักยภาพสูงที่เป็นแลนด์มาร์คของย่านพัทยาเหนือเพื่อเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่สนใจเข้าลงทุน ซึ่งภายหลังลงทุนเพิ่มเติม LHHOTEL จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท และมีอายุสิทธิการเช่าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ปีเศษ จากเดิมประมาณ 18 ปีเศษ  รวมถึงมีการกระจายการลงทุนที่ดีขึ้น โดยมีสัดส่วนทรัพย์สินในกรุงเทพฯ 55% และพัทยา 45%
นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า LHHOTEL เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจในจังหวะนี้ที่ภาพรวมการท่องเที่ยวกับมาคึกคัก โดยโรงแรม ที่ LHHOTEL ลงทุนอยู่ในปัจจุบันและจะลงทุนเพิ่มเติม เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีศักยภาพสูง อยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และพัทยาที่เป็นเมืองท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ และโรงแรมทั้งหมดมีผลการดำเนินงานที่ดี และ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากช่วงโควิด-19 โรงแรมที่ LHHOTEL เข้าลงทุน พัฒนาและบริหารโดย Sponsor ในกลุ่ม แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ฯ ผู้พัฒนาโครงการและบริหารโรงแรมชั้นนำ และการบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทรัสต์มืออาชีพโดย บลจ. LH Fund นอกจากนี้ Sponsor ยังมี Pipeline ในการพัฒนาทรัพย์สินใหม่ๆที่เป็นโอกาสให้กับ LHHOTEL ในการสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต  ปัจจุบัน LHHOTEL เป็นกองทรัสต์กลุ่มโรงแรม ที่มีขนาดสินทรัพย์รวม และมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ การเพิ่มทุน และลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่จะช่วยเสริมสภาพคล่องจากขนาดของกองทรัสต์ที่ใหญ่ขึ้น และสร้างการเติบโตให้กับรายได้ของกองทรัสต์ โดยการเพิ่มทุนในครั้งนี้ กองทรัสต์จะมีการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 540 ล้านหน่วย และมีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 4,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมไม่เกิน 9,800 ล้านบาท และมีประมาณการเงินจ่ายประโยชน์ตอบแทน ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอยู่ที่ประมาณ 1.15 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงจากรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติของผู้สอบบัญชี สำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการวันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567)
นายยศวีร์ สุทธิกุลพานิช ผู้บริหารสายงาน Investment Banking and Capital Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม กล่าวว่า กองทรัสต์ (REIT) เป็นหนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความนิยมและมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสรับผลตอบแทนการลงทุนที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาวและมีความผันผวนด้านราคาต่ำกว่าตราสารทุน โดยเฉพาะ LHHOTEL ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักและผลการดำเนินงาน รวมทั้งการจ่ายเงินปันผลที่ดี และยังสามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากช่วงโควิด-19 หลังจากประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับปัจจุบันคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีแนวโน้มที่ใกล้จะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว จะส่งเสริมความน่าสนใจในการลงทุนในกองทรัสต์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล นอกจากนี้หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศและคาดว่า จะมีกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Fund Flow) ที่จะไหลเข้ามาสู่ตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม เพื่อจะใช้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่ของ LHHOTEL ซึ่งจะเสนอขายแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและนักลงทุนรายใหม่ หลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาให้มีผลบังคับใช้ โดย LHHOTEL จะประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญต่างๆ รวมถึงช่วงระยะเวลาจองซื้อให้ผู้ลงทุนทราบตามช่องทางต่างๆ ต่อไป

เทอร์มินอล21 ขยายมหานครแห่งไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม 3” โชว์ไฮไลท์ 6 เมืองท่องเที่ยวระดับ โลก ตั้งเป้าต้อนรับลูกค้ามากกว่า 3.5 ล้านคน ภายในปี 2565

กรุงเทพฯ (20 ตุลาคม 2565) ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 โดย บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) บริษัทในเครือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดนิยามครั้งใหม่มหานครแห่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ทุกความสุข โชว์ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม 3 ครั้งแรกที่มอบประสบการณ์ความสุขติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่กว่า 140,000 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุน 6,000 ล้านบาท บนคอนเซ็ปต์ที่นำแรงบันดาลใจมาจาก 6 เมืองท่องเที่ยวระดับโลก อาทิ Caribbean Village, English Village, Italian Village, French Village, Japanese Village และSan Francisco Village พร้อมทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดกิจกรรมความบันเทิง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความสุข ที่เต็มไปด้วยสีสันและความครบครันที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของทุกวัย ตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมายทั้งพนักงานออฟฟิศ กลุ่มครอบครัว และนักท่องเที่ยว เข้าใช้บริการถึง 3.5 ล้านคนภายในปีนี้ หรือ 50,000 คนต่อวัน

นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 แฟชั่นไอส์แลนด์ และเดอะพรอมานาด บริษัท แอล เอชมอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) บริษัทในเครือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ได้วางกลยุทธ์การตลาดผ่านกิจกรรมและแคมเปญ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้า เกิดการใช้สอยและเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเราต้องการนำเสนอประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครบครัน ทั้งช้อป ฟิน กิน เที่ยว และความบันเทิงที่ครบจบในที่เดียวอยู่เป็นระยะ พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ Customer Experience แนวใหม่ๆ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มหนุ่มสาวเพิ่มมากขึ้น และสร้างการดึงดูดใจต่อกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่ ผ่านกิจกรรมการสื่อสารการตลาดที่เชื่อมโลกออฟไลน์ และออนไลน์เข้าด้วยกัน โดยพบว่าลูกค้ามีความชื่นชอบ ทำให้ภาพรวมของศูนย์การค้าปรับตัวดีขึ้น

ล่าสุด บริษัทฯ ได้ทุ่มงบประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อขยายมหานครแห่งไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ กับสาขาล่าสุด ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม 3 บนพื้นที่ศักยภาพของ NEW CBD ถนนพระราม 3 ครอบคลุมกว่า 140,000 ตารางเมตร ขนาด 16 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิดมหานครแห่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ทุกโมเมนต์ความสุขเป็นไปได้ที่นี่ ท่ามกลางบรรยากาศภายในอาคารที่ตกแต่งสไตล์นีโอ-คลาสสิก นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากแรงบันดาลใจทั้ง 6 เมืองท่องเที่ยว ระดับโลก อาทิ Caribbean Village, English Village, Italian Village, French Village, Japanese Village และ San Francisco Village เป็นต้น บรรยากาศสบายๆ เหมือนการมาพักผ่อน ที่รอต้อนรับลูกค้าสู่ประสบการณ์ความสุขที่เต็มไปด้วยสีสัน ครบครัน และรองรับ ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกวัย โดยศูนย์การค้ามีความสูง 7 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนให้เช่า 40,000 ตารางเมตร และพื้นที่จอดรถยนต์ใต้ดิน 2 ชั้น สามารถรองรับรถยนต์ ถึง 2,000 คัน โดยมีพื้นที่เช่าแบ่งเป็นพื้นที่เช่าหลัก (Anchor Tenant) ประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) โดย Tops Supermarket ครอบคลุมพื้นที่ 1,700 ตารางเมตร โรงภาพยนตร์ SF Cinema จำนวน 8 โรง บนพื้นที่มากกว่า 5,000 ตารางเมตร ฟิตเนส โดย The Fitness Platinum ครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร Gym มวยสุดไฮเทค โดย Meta H สวนสนุกจาก Harborland กว่า 800 ตารางเมตร ฟู้ด มาร์เก็ต แหล่งรวมสตรีทฟู้ดแบรนด์ดังมากกว่า 200 ร้านค้า เพื่อรองรับและให้บริการ บนพื้นที่มากกว่า 1,500 ตารางเมตร อาทิ จกโต๊ะเดียว ชัยปลาหมึกย่าง ยู้ ลูกชิ้นปลาเยาวราช และขนมเบื้องสรินทร์ทิพย์ เป็นต้น ศูนย์อาหาร Pier21 ที่อัดแน่นด้วยร้านอาหารเจ้าเด็ดมากกว่า 33 ร้าน อาทิ ป.ลูกชิ้นศรีย่าน คั่วไก่วรจักร ข้าวต้มแปลงนาม เจ๊ฮ้ง ราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท บนพื้นที่มากกว่า 2,300 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ร้านค้าอื่นๆ อีกกว่า 250 ยูนิต อาทิ Uniqlo EVEANDBOY และ Muji แบ่งเป็นสินค้าด้านแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ เพื่อเพิ่มทางเลือก ในการจับจ่ายใช้สอยให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

นายประเสริฐ กล่าวว่าต่อไปว่า “ได้เตรียมงบการตลาด 50 ล้านบาท เพื่อสร้างสีสันการตลาดรูปแบบใหม่ซึ่งนับเป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองการเปิดตัวและร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ ระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคมมากกว่า 10 แคมเปญ ควบคู่กับการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจร ทั้งสื่อ Billboard LED Screen โทรทัศน์ ควบคู่กับโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ทุกช่องทาง เพื่อสร้างกระแสการรับรู้ไปสู่ลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเชิญชวนให้เดินทางเข้ามาสัมผัสมหานครแห่งไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน อาทิ แคมเปญ Grand Opening ต้อนรับเปิดศูนย์ ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน โปรโมชั่นลดราคาฉลองเปิดศูนย์ฯกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และแคมเปญร่วมฉลองปีใหม่ระหว่างเดือนธันวาคม เป็นต้น”

“โดยเราเชื่อมั่นว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พระราม 3 จะสามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์บนพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเป็นทำเลศักยภาพที่รายล้อมด้วยปัจจัยบวกสำคัญที่มีผลต่อการบริหารศูนย์การค้า ให้มีความเติบโต อาทิ ประชากรมากกว่า 1 ล้านคน ยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อย่านธุรกิจและที่พักอาศัยของฝั่งกรุงเทพฯ ย่านพระราม 3และฝั่งธนบุรี ที่รายล้อมด้วยสำนักงานออฟฟิศมากกว่า 43 แห่ง พนักงานมากกว่า 60,000 คน ที่พักอาศัยทั้งบ้านและคอนโดมากกว่า 5,000 ยูนิต รวมกว่า 1 ล้านคน และโรงแรมมากกว่า 44 แห่ง จำนวนกว่า 5,300 ห้อง รองรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวกว่า 4,800 คนต่อวัน นอกจากนี้ ยังอยู่ในแผนขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเทาช่วงพระโขนง – พระราม 3 – ท่าพระ และช่วงทองหล่อ – วัชรพล อีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าทั้งพนักงานออฟฟิศ นักท่องเที่ยว และกลุ่มครอบครัวเข้าใช้บริการถึง 3.5 ล้านคนภายในปีนี้ หรือ 50,000 คนต่อวัน” นายประเสริฐ กล่าวสรุป

อลังการดาวล้านดวงไปกับ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โรงแรมคอนเซปต์ดีไซน์อวกาศแห่งแรกในไทย

เปิดแล้ว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (Grande Centre Point Space Pattaya) โรงแรมในเครือแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล (LH Mall & Hotel) แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางพัทยา ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งสายครอบครัว, สายธุรกิจ, สายโรแมนติก, สายกินเที่ยวปาร์ตี้ กับคอนเซปต์ดีไซน์โลกอวกาศเต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อเติมเต็มความฝัน ด้วยประสบการณ์สุดพิเศษ ตื่นขึ้นมาในโรงแรมสุดเก๋พร้อมบรรยากาศจำลองของโลกอวกาศ

คุณกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่ากลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล มีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพของเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีทะเลที่สวยงาม จุดท่องเที่ยวมากมายหลากหลาย สามารถเดินทางจากรุงเทพมาได้โดยสะดวก ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง รวมทั้งมีสนามบินอู่ตะเภารองรับนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากนานาชาติ นอกจากนี้ยังจะมีการลงทุนในโครงการระดับชาติ เช่น ส่วนขยายท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จัดเป็นโรงแรมระดับแฟลกชิปแห่งใหม่ของเครือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์
โดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางพัทยา ครึกครื้นไปด้วยผู้คน เป็นโครงการที่ผสมผสานระหว่างสวนน้ำกับโรงแรม พร้อมทั้งดึงธีมการตกแต่งแบบโลกอวกาศมาใส่ไว้ในส่วนต่างๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรม, การตกแต่งภายในทั้งห้องพัก, พื้นที่อำนวยความสะดวกส่วนกลาง รวมถึงภูมิทัศน์และเครื่องเล่นต่างๆ ในสวนน้ำ นอกจากจะให้บริการห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ยังประกอบด้วย ห้องอาหาร Orbit, Oort Cloud Tearoom, ร้านอาหาร Sola Luna rooftop, พื้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ Space Convention Centre ที่สามารถรองรับผู้เข้าประชุมได้สูงสุดกว่า 1,000 คน ซึ่งมาพร้อม LED ขนาด 12.48 x 5.40 ม. พร้อมทั้งเทคโนโลยีสุดทันสมัย รองรับแขกและผู้ใช้บริการที่เดินทางมาพักผ่อน สังสรรค์ หรือประชุมสัมมนา

สำหรับโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมระดับพรีเมี่ยม โดยจากการวิเคราะห์เรามองเห็นโอกาสสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาว่ายังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว ดังนั้นเมื่อมองเห็นกลุ่มลูกค้าเป็นใคร จึงนำไอเดียออกแบบให้ตอบโจทย์ และได้เกิดโรงแรมคอนเซปต์การเดินทางท่องอวกาศ ซึ่งการตกแต่งจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ล็อบบี้ไล่ขึ้นไปในแต่ละชั้น ที่จะพบการออกแบบตกแต่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมกันนี้ได้นำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบสนองทุกความต้องการของนักเดินทางทุกเพศทุกวัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

 

 

 

 

คุณธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลาง กล่าวว่า การตกแต่งภายในยังคงให้ความสำคัญของมาตรฐานของโรงแรมระดับพรีเมียม การตกแต่งแบบมีสไตล์ โดยนำดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายในห้องพักเน้นความหรูหรา สะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักผนวกกับแรงบันดาลใจการออกแบบตกแต่งภายในตามคอนเซปต์ ซึ่งจะถูกเนรมิตตั้งแต่ก้าวเข้าห้องพัก ยังสามารถนอนมองดูดวงดาวที่ส่องระยิบระยับประดับประดาด้วยกลุ่มดวงดาวบนเพดานวิบวับ ร่วมกับแสงออโรร่าบนหัวเตียง ที่จะให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายตลอดค่ำคืน

คุณบุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์ และพื้นที่สวนน้ำ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงแรมธีมอวกาศแห่งแรกในประเทศไทยแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 80,000 ตร.ม. โดยพื้นที่ดังกล่าวจึงได้ถูกออกแบบภูมิทัศน์บนแนวคิดโลกอวกาศ ยิ่งช่วงในเวลากลางคืน จะมีไลต์ติ้งโชว์ที่ใกล้เคียงกับโลกอวกาศ ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามพร้อมทั้งดึงดูดให้ผู้คนทีได้พบเห็นอยากมาเยือนที่นี่

ด้าน คุณปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม กล่าวว่า จุดเด่นที่สำคัญของโรงแรมคือ แนวความคิดหลักซึ่งนำไปสู่การออกแบบการเดินทางท่องโลกอวกาศที่จะคอยแทรกเข้าไปในทุกส่วนของโรงแรม โดยมุมมองของผังหลังคาอาคารจากด้านบนและมุมมองจากรูปด้านหน้าอาคาร ทั้งสองมุมมองที่แตกต่างกันได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงเหมือนกระสวยอวกาศ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ในระยะไกล รวมถึงโฉมหน้าของอาคารภายนอกที่มีการหุ้มด้วยวัสดุผิวที่เป็นโลหะเคลื่อนไหวได้ตามแรงลมและการใช้เส้นโค้งวนโดยรอบ สะท้อนถึงความทันสมัย สัญลักษณ์ของการมุ่งหน้าไปสู่อนาคต เสมือนได้ขึ้นยานอวกาศไปสู่มิติใหม่เช่นเดียวกับห้องพักที่เป็นความท้าทายของทีมงานกับซิกเนเจอร์ของโรงแรม ที่ทุกห้องจะสามารถเห็นวิวท้องฟ้า ทะเล และดวงดาว ได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกห้องได้มีความสุข ผ่อนคลายกับภูมิทัศน์

 

ห้องพัก Space Rooms & Suites ตกแต่งเหมือนพักบนยานอวกาศพร้อมแสงออโรร่าและดวงดาวที่เป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม จำนวน 490 ห้อง ขนาดเริ่มต้น 45 ถึง 133 ตารางเมตร พร้อมอ่างอาบน้ำและระเบียงส่วนตัวรับวิวทะเลพัทยา

ทุกห้องพัก รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สวนน้ำ Space Water Park สวนน้ำขนาดยักษ์ที่มีขนาดพื้นที่ 12,000 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ Mountain Zone ถ้ำน้ำตกพร้อมกับกระแสน้ำวนความยาวกว่า 330 เมตร ให้ทุกท่านได้ล่องลอยไปตามสายน้ำไหล, Flying Rock Zone โซนผจญภัยแห่งความฝันสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีสไลด์เดอร์ยักษ์ขนาดความสูง 5 และ 8 เมตร, Space Pirate Beach Zone ชายหาดจำลองที่มาพร้อมกับเกลียวคลื่นที่ปรับความแรงได้ถึง 6 ระดับ พร้อมฉากหลังที่เป็นเรือโจรสลัดอวกาศขนาดใหญ่ และ Planet Zone โซนแห่งครอบครัว ที่จะทำให้คุณได้สร้างกิจกรรมร่วมกัน มีทั้งสระน้ำสำหรับเด็ก โฟมปาร์ตี้ และมินิกอล์ฟ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโรงแรมคือ Astro Club ให้เด็กๆ ได้สำรวจ สร้างสรรค์ เรียนรู้ และเติบโตผ่านเกมที่สนุกไป พร้อมกับความรู้เกี่ยวกับอวกาศ นอกจากนี้ยังมีโซน Sky Pool สระว่ายน้ำลอยฟ้าในโรงแรมที่สูงที่สุดในพัทยามองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวพัทยายามอาทิตย์อัสดง โซน Gravity Fit Club ที่มีเครื่องออกกำลังกายที่หลากหลายผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ลูกค้าสามารถออกกำลังกายแข่งขันได้พร้อมกับคนทั่วโลก และอุปกรณ์ยิมล้ำสมัยจากนวัตกรรมสุขภาพ และ Let’s Relax Onsen & Spa ขนาดพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. ให้บริการออนเซนวิวทะเลแบบ 180° แห่งแรกในประเทศไทย และทรีทเมนต์ยอดนิยมทั้งสปาและนวดไทย

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (Grande Centre Point Space Pattaya) พร้อมเปิดให้บริการเข้าพัก ด้วยโปรโมชั่นเปิดตัวโรงแรม รวมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน, เครดิตที่มาในรูปแบบเหรียญ token และรับฟรีตุ๊กตามาสคอททุกห้อง เมื่อเข้าพักตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565

ติดตามข้อมูล แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา

  • https://www.spacepattaya.com
  • Line@: @gcpspace
  • Facebook: @gcpspacepattaya
  • Email: spacepattaya@gcphotels.com
  • เบอร์โทร: 033 268888

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 5 สาขา รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยหรือ SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สร้างความเชื่อมั่น… นางสุวรรณา พุทธประสาท(ลำดับที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด และคณะผู้บริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 5 สาขา รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยหรือ SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข เป็นการการันตีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้มาใช้บริการ พร้อมกันนั้นทางโรงแรมยังรับมือ COVID-19 ด้วยแคมเปญ “Stay Confident” ที่ให้ความมั่นใจด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างสูงสุดในทุกขั้นตอน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เมื่อเร็วๆ นี้
ลำดับจากซ้ายไปขวา

  1. นายพงษ์ศักดิ์ วราศรัย รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55
  2. นางสาวนภธาฎา พัชร์กิตติธร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต
  3. นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด
  4. นางสาวประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา
  5. นายเชิดชัย นำวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21
  6. นายอนนทร์ คงศิริขันธ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ

เปิดบริการแล้ว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” ดีไซน์ล้ำ ครบครันบริการ จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว

พัทยา, 1 ก.พ. 62: โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตั้งอยู่เหนือศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ใจกลางพัทยาเหนือ จัดงาน “A Journey of Discovery” ฉลองการเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ชูจุดแข็ง ทำเลดี ดีไซน์ล้ำ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และมุมพักผ่อนที่หลากหลายสำหรับผู้ที่มาเยือน ทั้งกลุ่มครอบครัว เพื่อน คู่รัก หรือกลุ่มประชุมสัมมนา

ภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและ
ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบ นำโดย ประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา, ปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด และ ธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ร่วมบอกเล่าถึงความโดดเด่น และความพิเศษของจุดหมายปลายทางแห่งใหม่นี้

ประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เปิดเผยว่า
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เป็นธุรกิจโรงแรมของบริษัทแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของแลนด์ แอนด์ เฮาส์ ปัจจุบันเปิดให้บริการมากกว่า 11 ปี และยังคงขยายการลงทุนโรงแรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพร้อมเปิดโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับพรีเมี่ยมและเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแห่งแรกของกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ โดยเรามองเห็นโอกาสสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาว่ายังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว

สำหรับกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยาเรายังคงให้ความสำคัญด้านการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก และยังคงเน้นในเรื่องความแข็งแรงของแบรนด์ และคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในทุกสาขา สำหรับสาขาพัทยานี้ จุดแข็งของเรา คือ มีทำเลดีมาก และสิ่งที่แตกต่างจากโรงแรมในเครือ คือ ดีไซน์ ที่ได้มีการศึกษามาอย่างดี ให้สามารถตอบสนองลูกค้า และผู้มาพัก ให้เกิดความประทับใจและพึงพอใจสูงสุด นับแต่การวิเคราะห์ว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร แล้วนำมาออกแบบให้ตอบโจทย์ อย่างเช่น การดีไซน์ภาพรวมออกมาในคอนเซ็ปต์ เจอร์นี่ ออฟ ดิสคัฟเวอร์รี่ (Journey of Discovery) ซึ่งจะไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ล็อบบี้ไล่ขึ้นไปในแต่ละชั้น ที่จะพบการออกแบบตกแต่งเป็นอันซีนทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ด้าน ปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลการออกแบบด้านสถาปัตย์ เปิดเผยถึงการวางคอนเซ็ปต์ในการออกแบบว่า จากการได้ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารถึงโครงการดังกล่าว สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่นที่สำคัญของโรงแรมคือ ทำเลและที่ตั้งบริเวณพัทยาเหนือ โดยบริเวณดังกล่าวมีวิวที่สวยงาม มีมติหลายมุมมอง โดยเฉพาะที่ตั้งของโรงแรม เป็นจุดที่มีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ไม่มีอะไรมาบังวิว โดยสามารถเดินทางเข้าออกได้ถึง 3 ทิศทาง โดยมีแนวความคิดหลักซึ่งนำสู่การออกแบบเป็นแอร์พอร์ตเทอร์มินัลที่จะคอยแทรกเข้าไปในทุกๆส่วนของโรงแรม โดยบริเวณด้านหน้าเรามีการออกแบบให้เป็นเหมือนรันเวย์สนามบิน เปรียบเสมือนแอร์พอร์ตที่ติดทะเลซึ่งเราได้แรงบันดาลใจจากตรงนี้ สู่รูปทรงอาคารก็ไปในคอนเซ็ปต์เดียวกัน นำมาสู่การออกแบบที่เชื่อมธีมอาคารที่มีฟุตพริ้นต์เป็นรูปเครื่องบิน โดยชั้น 32 จะเห็นรูปทรงเหมือนอยู่บนเครื่องบิน โดยมีส่วนโค้งคล้ายปีกเครื่องบิน และหน้าต่างเครื่องบิน หากมองจากมุมสูง จะเห็นเหมือนเครื่องบินคู่กับรันเวย์ ร่วมกับการออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยโดยเน้นการใช้กระจก มีเคิร์ฟ มีเส้นโค้ง เช่นเดียวกับห้องพักที่เป็นความท้าทายของทีมงานคือเราจะวางห้องอย่างไรให้เห็นทะเลทุกห้อง ซึ่งเป็นจุดเด่นและเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม สำหรับการออกแบบดังกล่าวทีมงานจึงออกแบบวางหน้าต่างและระเบียงบิดเฉียงเป็น 45 องศา การวางเตียงก็ไปในทิศเดียวกับทะเล ทำให้ตอนเย็นสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก สิ่งเหล่านี้เป็นการออกแบบที่มีการลงทุนสูง เพื่อให้ทุกห้องได้มีความสุข ผ่อนคลายกับภูมิทัศน์ เพราะมองเห็นวิวทะเลได้ทุกห้อง”ปวีณ กล่าว

ด้าน บุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์, Soft Scape, Landscape กล่าวเพิ่มเติมว่าจุดไฮไลต์ที่เห็นเป็นเอกลักษณ์และมีการแชร์ในโลกโซเชี่ยลกันมากในขณะนี้คือ รันเวย์จำลองและตัวเครื่องบินจำลองขนาดเท่าลำจริงที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม เกิดจากโครงการมีพื้นที่เซ็ตแบ็กที่ต้องเป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างขนาด 20,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวจึงได้ถูกปรับภูมิทัศน์ให้กลายเป็นรันเวย์สนามบินติดกับทะเลตรงหัวมุม ด้วยการออกแบบดังกล่าวจะช่วยดึงดูดและสะกดสายตาผู้ที่ผ่านไปมาได้ เพราะจะเห็นความเหมือนของสนามบิน และยังมีไอค่อนใหญ่ คือ เครื่องบินที่ลอยเด่นอยู่ ยิ่งช่วงในเวลากลางคืน จะมีไลต์ติ้งโชว์ที่ใกล้เคียงกับสนามบินจริงๆ ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามพร้อมทั้งดึงดูดให้ผู้คนที่ได้พบเห็นอยากมาเยือนที่นี่
อีกหนึ่งไฮไลต์ “สวนน้ำลอยฟ้า” ขนาดพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร การออกแบบเกิดจากแรงบันดาลใจภายใต้คอนเซ็ปต์ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ดีไซน์ให้ขนานไปกับเส้นขอบฟ้า เพื่อให้รู้สึกถึงความต่อเนื่องกัน โดยล้อไปกับทะเล และท้องฟ้า เราจึงนำสิ่งเหล่านี้มาเล่าเรื่อง ทำให้เกิดความสุขขณะว่ายน้ำในสระ เสมือนแหวกว่ายในท้องทะเลจริงๆ ยิ่งหากมาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ดีที่สุดด้วยพาโนรามิกวิว 180 องศามองเห็นวิวทะเลได้เป็นมุมกว้างไม่มีอะไรมาบดบังสายตายิ่งเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายของผู้มาใช้บริการ นอกจากนี้ ในสวนน้ำยังมีสไลเดอร์, ถังน้ำล้นขนาดยักษ์, สระน้ำสำหรับเด็ก, อ่างจากุชชี่ และมุมส่วนตัว อาทิ คาบาน่า และเดอะ พูล บาร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้มาพักผ่อนจริงๆ
ส่วนบริเวณด้านที่เป็นวิวเมืองเราก็แบ่งสัดส่วนได้อย่างลงตัวเพื่อใช้สำหรับในการจัดอีเว้นต์ ปาร์ตี้ การแสดงดนตรี และมีที่นั่งพักผ่อน อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของเมืองพัทยาที่ไปพักที่โรงแรม และถ้าไม่ได้ไปเหยียบที่นี้ถือว่าผิด คือ สกายบริดจ์ (Sky Bridge) สะพานทางเดินกระจก แห่งแรกของเมืองพัทยา เมื่อขึ้นไปเดินจะเหมือนเราได้แตะขอบฟ้า ห้ามพลาดที่จะถ่ายรูปจากจุดนี้ เพราะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวพัทยาได้ 180 องศา เป็นมุมที่สวยมากๆ เหมาะกับการถ่ายภาพ มาเซลฟี่ขึ้นโซเชียลก็ได้” บุญชัย กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ ธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลาง กล่าวว่าการตกแต่งภายในยังคงให้ความสำคัญของมาตรฐานของโรงแรมระดับพรีเมียม การตกแต่งแบบมีสไตล์ โดยนำดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายในห้องพักเน้นความหรูหรา สะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักผนวกกับแรงบันดาลใจการออกแบบตกแต่งภายในตาม คอนเซ็ปต์เป็น เจอร์นีย์ ออฟ เอ็กซ์โซติก (Journey of Exotic) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Galaxy และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกมาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่ง
ในส่วนของห้องพักได้วางคอนเซ็ปต์ กาแลกซี่ (Galaxy) ซึ่งจะถูกเนรมิตตั้งแต่ก้าวเข้าห้องพักผ่านการเดินทางในอวกาศ ดวงดาว เมื่อกลับมาพักผ่อนบรรยากาศภายในห้องเหมือนเรานอนดูดวงดาวที่ส่องระยิบระยับประดับประดาด้วยกลุ่มดวงดาวบนเพดาน ประกอบกับแผงวงจรไฟเบอร์ออฟติกที่เจาะเป็นรูสีฟ้าวางตำแหน่งแสดงตามจักรราศี ร่วมกับแสงออโรร่าบนหัวเตียง ที่จะให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายตลอดค่ำคืน
“ที่ชั้นล็อบบี้ให้ความรู้สึกว่า บรรยากาศเหมือนการเดินลัดเลาะไปตามชายหาดรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย แต่ยังคงสอดผสานกลิ่นอายของท้องทะเลไว้ด้วยของตกแต่งด้วยการจำลองรูปลักษณ์เหมือนแพลงตอนชนิดหนึ่ง ที่เรืองแสงตอนกลางคืนโดยใช้การเป่าแก้วและเป่าลายเลียนแบบ แล้ววางดีไซน์ ไว้บนเพดาน ในล็อบบี้ ยิ่งในตอนกลางคืนจะสะท้อนแสงลงไปที่พรม ทำให้เกิดบรรยากาศที่เราตั้งใจจำลองให้ใกล้เคียงของจริงให้ได้มากที่สุด”
“สำหรับชั้นห้องอาหาร Waves & Wind เราตกแต่งในธีม ฟลายอิ้งฟิช หรือ ปลาบิน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่น่าสนใจ ดีไซน์ด้วยแก้ว เริ่มจากแชนเดอเลียหน้าลิฟท์ ซึ่งได้นำองศาการเคลื่อนตัวขณะบินนำสายตา มายังห้องอาหาร เพราะที่นี่จะมีแขกมารับประทานอาหารเช้า เราจึงอยากให้คนมาพักได้หลุดจากความรู้สึกเดิม ที่เคยรับประทานอาหารเช้าตามโรงแรมทั่วไป ที่นี่จะเป็นเหมือนตลาด หรือซูเปอร์มาเก็ต ให้เลือกอาหารจากตู้ด้านหน้า อย่างเพลิดเพลิน โดยมีปลาบินเป็นตัวเดินเรื่อง สำหรับ คิดส์คลับ สวรรค์สำหรับเด็กๆ เราได้จำลองตัวบลูค็อตโต้ ในอิตาลี โดยนำเรื่องของปลาวาฬ ที่กินเรือเข้าไป ให้ความรู้สึกว่า ทุกคนอยู่ใต้ท้องปลาวาฬ มีการผจญภัย ที่สนุกสนานสำหรับเด็ก

ปัจจุบันเมืองพัทยามีการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีรวมไปถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแผนการเสนอชื่อเมืองพัทยาต่อยูเนสโกให้เป็นเมืองภาพยนตร์ เนื่องด้วยมีการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่น้อยกว่า 300 เรื่องต่อปี และรายได้ร้อยละ 90 มาจากการท่องเที่ยว สำหรับ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพัทยาเหนือ ก็ยังคงชู ความสะดวกสบาย เพราะตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า เทอร์มินัล พัทยา โดยจุดเด่นคืองานออกแบบที่สวยงาม พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เต็มที่ ทั้งพื้นที่สวนน้ำขนาดใหญ่ Glass bridge Outdoor Auditorium ห้องประชุมสัมมนา Kids club, Fitness ห้องอาหารวิวทะเลและ Rooftop restaurant ซี่งการลงทุนในครั้งนี้ทำเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมครอบครัวที่เป็นระดับบนต้องการมาเที่ยวเมืองพัทยา ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยากล่าว

และนั่นคือความโดดเด่นของ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เหนือศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ใจกลางพัทยาเหนือ ที่พร้อมต้อนรับผู้ที่มาเยือน ทั้งกลุ่มครอบคัว เพื่อน คู่รัก หรือกลุ่มประชุมสัมมนา แล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร.033-168-999 และติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่ www.grandecentrepointpattaya.com www.facebook.com/grandecentrepointpattaya

LH Bank ผนึกพันธมิตรเปิดบริการ Mobile Payment Service พร้อมเดินเกมรุกตลาด e-Wallet

 

LH Bank เดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Payment Service) ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service หรือการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันและส่งเสริมสังคมดิจิทัลพร้อมจับมือพันธมิตรรุกตลาด e-Wallet

คุณศศิธร พงศธร ฉัตรศิริวิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกรรมต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงินซึ่งลูกค้าหันไปทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เผยว่า คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงิน รวมถึงการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้น จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560 เป็น 47 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 49%

“สอดรับกับการเติบโตของฐานลูกค้า LH Bank ที่มียอดการใช้ Mobile Banking เติบโตถึง 56% จึงทำให้ธนาคารได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” คุณศศิธรกล่าว

การเปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile Payment Service) จะทำให้ LH Bank มีบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารเดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service การชำระเงินข้ามพรมแดน) โดยระยะเริ่มต้น LH Bank จะใช้ฐานลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และจะขยายฐานลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้น ในการเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน เพื่อยกระดับการให้บริการของกลุ่มการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งธนาคารมีแผนจัดรายการโปรโมชั่นกระตุ้นการขยายร้านค้า ด้วยการมอบอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ โปรโมทร้านค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ LINE และ Facebook ของธนาคาร รวมถึงพันธมิตรคู่ค้า e-Wallet ต่างๆ

ด้านคุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัดหรือ LHMH กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมมีการพัฒนาช่องทางการชำระเงินมาอย่างต่อเนื่อง จากแรกเริ่มที่ใช้การโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อยืนยันการสำรองห้องพัก มาเป็นยุคของการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ หรือพร้อมเพย์ จนปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นการชำระเงินในระบบของ e-Wallet ในรูปแบบ QR Code โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่ของโรงแรมเป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวไทย ดังนั้น การมีช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบายมากขึ้น รองรับ e-Wallet ของนักท่องเที่ยวจีนก็จะช่วยให้การใช้จ่ายและการจองห้องพักได้ง่ายขึ้น

“แนวโน้มการชำระเงินของลูกค้าโรงแรม มีพัฒนาการชำระในรูปแบบ e-Wallet มากขึ้น ซึ่งเมื่อ LH Bank มีบริการที่ครอบคลุม e-Wallet ชั้นนำของไทยและทั่วโลก ก็จะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

ดร. ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (ประเทศไทย) บริษัท AirPay จำกัด กล่าวว่า “AirPay มุ่งมั่นไม่เพียงแค่เป็นบริการ Online Payment ที่พร้อมยกระดับชีวิตผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลด้วยบริการครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปย์ครบ จบทุกการรอ” แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์บริการที่ตอบรับนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์ สำหรับความร่วมมือกับ LH Bank ในครั้งนี้ AirPay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Online Payment เจ้าแรกๆ ที่ช่วยเติมเต็มและอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน ส่งมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับธุรกิจในเครือ LHMH ทั้งในส่วนห้างสรรพสินค้าไปจนถึงโรงแรม และผู้ใช้บริการที่มีบัญชีธนาคาร LH Bank สามารถผูกบัญชีและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นแอร์เพย์ได้ ความร่วมมือของ LH Bank และ LHMH ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนกันและกัน และเป็นการขยายโอกาสของลูกค้าที่จะทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบ AirPay มากยิ่งขึ้น”

คุณแพทริค งาน ประธานกรรมการบริหาร QFPay International Company Limited หรือ QFPay กล่าวว่า QFPay เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านมือถือ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก และในครั้งนี้ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้แก่ร้านค้า เพิ่มช่องทางการรับชำระสินค้าและบริการแบบทันที เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดและเพื่อความคล่องตัว ในธุรกิจบริษัทคู่ค้าทางธุรกิจที่มีชื่อเสียง อาทิ กลุ่มโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ มากกว่าการให้บริการชำระค่าสินค้าแล้ว QFPay ยังมอบบริการ ที่ช่วย “เพิ่มมูลค่าบริการและโซลูชั่น” ให้แก่คู่ค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายรวมถึงโปรแกรมการสะสมแต้มและสมาชิกของคู่ค้าผ่านทางดิจิทัลโซลูชั่น การสแกน QRC สั่งอาหารผ่านคูปองดิจิตอล หรือ โปรโมชั่น “Red Packet” (อั่งเปา) เป็นต้น

แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ยึดทำเลทองพัทยาเหนือ ผุดโครงการ ‘มิกซ์ยูส’ ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า ปักธงต่างจังหวัดเป็นที่แรก

กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล พร้อมปักธงต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก เปิดโครงการ มิกซ์ยูส “โรงแรม-ศูนย์การค้า” ที่พัทยา Q4 นี้ สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ทำเลเจาะใจกลางเมืองโซนพัทยาเหนือ พื้นที่ 33 ไร่ งบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ด้วยพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า โครงการใหม่ที่เมืองพัทยาเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ของกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ต่อจากโครงการเทอร์มินอล21 ที่อโศก กรุงเทพฯ โดยที่เมืองพัทยามีพื้นที่กว่า 33 ไร่ ประกอบไปด้วยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จำนวน 396 ห้อง สวนน้ำลอยฟ้าพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตรและ ห้องประชุมสัมมนา จับกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่
ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น โรงภาพยนตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์อาหารPier 21 และร้านค้ามากกว่า 500 ร้านค้า โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณพัทยาเหนือ และมีทางเข้าออกได้มากถึง 3 เส้นทางหลัก คือถนนพัทยาเหนือ ถนนพัทยาสาย 2 และถนนเพ็ชรตระกูล

สำหรับโครงการฯดังกล่าว กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ยังมีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพในเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พื้นที่เมืองพัทยายังครอบคลุมไปถึงเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบทั้งเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง และกีฬาทางน้ำ นอกจากนี้ยังมีสถานที่และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ มากมาย ไม่เพียงแต่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกแล้ว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ปราสาทสัจธรรม พิพิธภัณฑ์ริปลีย์ส สนามโกคาร์ท หมู่บ้านช้างพัทยา เมืองจำลอง ตลาดน้ำสี่ภาค อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ เป็นต้น เมืองพัทยาจึงถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการให้บริการแบบครบวงจรสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ในทุกรูปแบบพฤติกรรมการบริโภค การท่องเที่ยว และทุกระดับฐานะทางเศรษฐกิจสังคม โดยกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์
โฮเทล คาดว่าในปีที่ 2 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งเป้ามีอัตราเข้าพัก 88% และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ตั้งเป้ามีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

ด้านนายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 โคราช, เดอะ พรอมานาด และไลฟ์ เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา เป็นโครงการใหม่ล่าสุดของเราในปี 2561 ซึ่งนับเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ระยะยาวจากเครือแลนด์แอนด์เฮาส์ในตลาดภูมิภาคแห่งแรก บนพื้นที่โครงการ 33 ไร่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ SFX จำนวน 7 โรง ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงบนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ศูนย์อาหารPier 21ฟู้ดคอร์ท มากกว่า 30 ร้านค้าบนพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร พื้นที่รวมของอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้งสุดชิคที่ยกโลกทั้งใบมารวมไว้ในที่เดียว พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบสถาปัตยกรรมล้ำสมัยสไตล์ มาร์เก็ตสตรีท จากแรงบันดาลใจของ 6 มหานคร แหล่งการช้อปปิ้งระดับโลก ได้แก่ ปารีส, ลอนดอน, อิตาลี, โตเกียว, ซานฟรานซิสโก และฮอลลีวูด เชื่อมต่อถึงกันด้วยดีไซน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครของบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในศูนย์การค้าของประเทศไทยความยาวรวม 39 เมตร ตระการตาไปกับเครื่องบินบนรันเวย์ที่ยาวกว่า 250 เมตร ติดชายหาดจำลอง ซึ่งน่าจะดึงดูดผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่าสำหรับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นอาคารสูง 32 ชั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ภายใต้คอนเซปส์ “A Journey of Discovery” เดินทางสู่มุมพักผ่อนอันสวยงามหลากหลายด้วยพื้นที่ภายใน
บริเวณโรงแรมที่ถูกออกแบบตกแต่งอย่างสุดประทับใจควรค่าแก่ความทรงจำและการถ่ายภาพสวยๆ ไปฝากครอบครัวและพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นอย่างยิ่ง

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งอยู่เหนือ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา บริเวณวงเวียนโลมาใจกลางพัทยาเหนือ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางจากทั่วโลก ที่นี่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับผู้มาเยือน โดยจำนวนห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) และห้องสวีท (Suite) ทั้ง 396 ห้อง ตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไป ทุกห้องพักออกแบบให้เห็นวิวทะเลทั้งหมดด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติและระเบียงส่วนตัว ภายในออกแบบและตกแต่งสไตล์คลาสสิคเน้นโทนสีน้ำเงินเข้ม-สีฟ้าน้ำทะเลผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ห้องพักทุกห้องประดับด้วยกลุ่มดวงดาว ซึ่งมีประกายระยิบระยับเหนือเตียงที่พักสร้างการพักผ่อนในวันแสนสบายและการหลับที่เป็นสุขพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริการพิเศษอันเป็นมาตรฐานของกลุ่มโรงแรมในเครือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ อย่าง Free Wi-Fi ครอบคลุมทุกจุดของโรงแรม เครื่องผลิตน้ำแข็ง และตู้ขายของอัตโนมัติในราคาประหยัดบริการในทุกชั้นตลอด 24 ชั่วโมง บริการเครื่องดื่มต้อนรับฟรีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ที่ลอบบี้ และ ขนมเครื่องดื่มให้บริการฟรีในห้องพัก นอกจากนี้แล้วทางโรงแรมยังขยายพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ทั้งสวนน้ำ (Water Park) ขนาดใหญ่ อาณาจักรแห่งความสนุกชุ่มฉ่ำใจกลางเมืองพัทยาซึ่งมีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบในคอนเซปส์ “อวกาศ” (Space) พร้อมเครื่องเล่นครบครัน สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 3 สระพร้อมสไลเดอร์ อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi) และ สระน้ำสำหรับเด็กแยกเฉพาะให้เด็กๆ เพื่อความปลอดภัยและได้เล่นสนุกชุ่มฉ่ำกับเครื่องเล่นโดนใจกันตลอดวัน สกายบริดจ์ (Sky Bridge) มุมสุดชิคสำหรับถ่ายภาพบนทางเดินกระจกยื่นไปในอากาศ รวมถึงพื้นที่สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่สำหรับช่วงเวลาที่ดีสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงและคู่รัก ทางโรงแรมยังตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มประชุมสัมมนาด้วยพื้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ 7 ห้อง ขนาดความจุกว่า 300 คนซึ่งห้องประชุมทุกห้องได้รับแสงธรรมชาติ มีทิวทัศน์ที่งดงาม ให้บรรยากาศการประชุมที่น่าพึงพอใจ และยังได้เตรียมพื้นที่สำหรับกิจกรรมสัมมนาและกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ อาทิ แอมฟิเธียเตอร์ (Amphitheatre) ลานกลางแจ้งที่สามารถรองรับกิจกรรมการประชุม ปาร์ตี้ส่วนตัวกับมุมซีฟู้ดบาร์บีคิว หรืองานสังสรรค์ได้ถึง 150 คน เป็นต้น รวมถึงการจิบชา กาแฟหรือเครื่องดื่มในยามสายหรือบ่าย ในบรรยากาศตะกร้าปิคนิคให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกมุมจิบชาได้ตามความชอบ บนโต๊ะหรือบนสนามหญ้าชมวิวของท้องทะเล ในส่วนของร้านอาหาร ด้วยห้องอาหาร 2 ห้อง ทั้ง เวฟแอนด์วินด์ (Waves & Wind) สำหรับการบริการอาหารเช้าสุดพิเศษที่เน้นเสิร์ฟตามความต้องการของผู้เข้าพักและ All day dining ในบรรยากาศของสวนน้ำและสวนอันร่มรื่น เดอะสกาย 32 (The Sky32) ห้องอาหารซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ให้เห็นวิวทะเลอ่าวพัทยา และเมืองพัทยา 180 องศา ในยาม
พระอาทิตย์ตกดินตราบจนค่ำคืนที่เห็นแสงสีของพัทยาทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ใหม่ที่คุณจะได้สัมผัสเมืองพัทยาในมุมมองใหม่ และสวยงามที่สุด

สำหรับรายได้รวมเฉพาะกลุ่มโรงแรมในปี 2562 คาดการณ์ประมาณ 3 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2561 ประมาณ 20% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีที่ 88% คาดว่ากลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ และไต้หวัน พร้อมทั้งคาดว่าจะมีลูกค้าจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ประกอบด้วย ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 4 แห่งได้แก่ ราชดำริ เพลินจิต เทอร์มินอล 21 และสุขุมวิท 55 รวมถึงศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ที่จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยสัดส่วนรายได้ปัจจุบันโรงแรมยังมากกว่าศูนย์การค้าประมาณ 60:40 เนื่องจากศูนย์การค้ายังมีเพียงแห่งเดียวซึ่งได้นำเข้ากองทรัสต์แล้ว จึงมีรายได้เฉพาะจากการบริหารพื้นที่ขายแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด และเทอร์มินอล21 โคราช ซึ่งปลายปีนี้จะมีการเปิดศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยาและยังไม่นำเข้ากองทุน ซึ่งจะทำให้รายได้จากศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 45% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจยังไม่ใช่เป้าหมายหลัก โดยเป้าหมายหลักที่แท้จริงคือการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้สำเร็จ นางสุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ โรงแรมแบรนด์คนไทย ก้าวไกลครบรอบ 10 ปี เน้นตอบสนองความต้องการตรงใจลูกค้า

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เผยรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 2,200 ล้านบาท และอัตราการพักซ้ำเพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนถึงความพึงพอใจของลูกค้าต่อการบริการของโรงแรม เน้นย้ำความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปี จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจนและตอบสนองความต้องการได้ตรงใจ

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2560 โรงแรมทั้ง 4 แห่ง ในกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีรายได้รวมกว่า 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 30% โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 85% และคาดว่ากลุ่มโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องอีกในปีนี้ เนื่องจากภาพรวมธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมยังมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดี ซึ่งกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตั้งเป้ารายได้สำหรับปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาท โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ เกาหลี รวมถึงไต้หวัน มาเลเซีย และคาดว่าจะมีลูกค้าจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันกลุ่มโรงแรม “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” เปิดดำเนินการอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ในไตรมาสสี่ของปี 2561 นี้บริษัทมีแผนที่เปิดบริการอีกหนึ่งแห่ง คือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมระดับพรีเมียม และเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแห่งแรก รวมแล้วบริษัทจะมีโรงแรมในกลุ่มรวมทั้งหมด 5 แห่ง จำนวนห้องพักรวมกว่า2,100ห้อง

นางสุวรรณา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ดำเนินธุรกิจมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ด้วยความพึงพอใจของลูกค้าทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดเด่นด้านการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จึงสามารถสร้างฐานลูกค้าโรงแรมที่มั่นคง ทั้งยอดการเข้าพัก และ ราคาที่มีการเติบโตในทุกปี นอกจากนี้ยังมีอัตราการพักซ้ำเฉลี่ยสูงเทียบเท่าโรงแรมชั้นนำทั่วโลกอีกด้วย

“แม้ธุรกิจโรงแรมจะไม่ใช่ธุรกิจใหม่ แต่กลยุทธ์ที่เราใช้ เราใช้วิธีคิดใหม่ในการดำเนินกิจการ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพงานด้านการบริการ และคำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ที่คุ้มค่าที่สุด เราศึกษาความต้องการผู้บริโภคชัดเจน ดังนั้น การออกแบบจึงไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่เป็นจุดแข็งของเรา แต่การออกแบบด้านการบริการที่ตรงใจและตรงความต้องการของลูกค้าคือสิ่งที่เราคำนึงถึง สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรม และเราไม่หยุดนิ่งที่จะหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการต่างๆของลูกค้าในอนาคต” นางสุวรรณา กล่าว

จุดเด่นของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ในเครือทั้งหมดคือทำเลที่ตั้ง ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง ง่ายและสะดวกต่อการเดินทางไปยังย่านเศรษฐกิจและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร อาทิ อโศก สยาม สุขุมวิท สีลม และวิทยุ ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้สถานีขนส่งมวลชนทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และอีกหนึ่งจุดแข็งคือการนำเสนอความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าพักด้วยพื้นที่ส่วนกลางภายในโรงแรมที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และห้องพักที่กว้างขวางกว่าโรงแรมทั่วไป หรูหราด้วยการตกแต่งที่งดงามแบบไทยร่วมสมัย คำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยของพื้นที่ เน้นความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความคุ้มค่า

“เราใส่ใจทุกรายละเอียดและความต้องการของผู้ที่เข้ามาพักเสมอ รวมถึงสิ่งจำเป็นในปัจจุบันเมื่อเข้าพักตามโรงแรม เช่น ระบบ Internet WIFI ที่เราเป็นแห่งแรกที่ให้บริการฟรีในทุกพื้นที่ของโรงแรม การบริการน้ำดื่มที่มากกว่ามาตรฐานที่โรงแรมอื่นให้ เรามี Free snacks & beverage ให้บริการในห้องพักโดยเติมทุกวัน นอกจากนี้เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสเราจากcustomer touch point ตั้งแต่ครั้งแรกเราจึงมีการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ grandecentrepointhotels.com โดยพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานให้สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวก ครอบคลุมการใช้งานจากทุกอุปกรณ์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าเป็นสำคัญ” นางสุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย