Category: ข่าวและความเคลื่อนไหว

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 5 สาขา รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยหรือ SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สร้างความเชื่อมั่น… นางสุวรรณา พุทธประสาท(ลำดับที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด และคณะผู้บริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ทั้ง 5 สาขา รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยหรือ SHA จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข เป็นการการันตีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้มาใช้บริการ พร้อมกันนั้นทางโรงแรมยังรับมือ COVID-19 ด้วยแคมเปญ “Stay Confident” ที่ให้ความมั่นใจด้วยมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างสูงสุดในทุกขั้นตอน ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เมื่อเร็วๆ นี้
ลำดับจากซ้ายไปขวา

  1. นายพงษ์ศักดิ์ วราศรัย รองผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55
  2. นางสาวนภธาฎา พัชร์กิตติธร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต
  3. นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด
  4. นางสาวประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา
  5. นายเชิดชัย นำวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21
  6. นายอนนทร์ คงศิริขันธ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ

เปิดบริการแล้ว “โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา” ดีไซน์ล้ำ ครบครันบริการ จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว

พัทยา, 1 ก.พ. 62: โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ตั้งอยู่เหนือศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ใจกลางพัทยาเหนือ จัดงาน “A Journey of Discovery” ฉลองการเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ชูจุดแข็ง ทำเลดี ดีไซน์ล้ำ ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และมุมพักผ่อนที่หลากหลายสำหรับผู้ที่มาเยือน ทั้งกลุ่มครอบครัว เพื่อน คู่รัก หรือกลุ่มประชุมสัมมนา

ภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและ
ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบ นำโดย ประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา, ปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด และ ธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ร่วมบอกเล่าถึงความโดดเด่น และความพิเศษของจุดหมายปลายทางแห่งใหม่นี้

ประวีร์ เหวียนระวี ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เปิดเผยว่า
แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เป็นธุรกิจโรงแรมของบริษัทแอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของแลนด์ แอนด์ เฮาส์ ปัจจุบันเปิดให้บริการมากกว่า 11 ปี และยังคงขยายการลงทุนโรงแรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพร้อมเปิดโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับพรีเมี่ยมและเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแห่งแรกของกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ โดยเรามองเห็นโอกาสสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาว่ายังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว

สำหรับกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยาเรายังคงให้ความสำคัญด้านการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก และยังคงเน้นในเรื่องความแข็งแรงของแบรนด์ และคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในทุกสาขา สำหรับสาขาพัทยานี้ จุดแข็งของเรา คือ มีทำเลดีมาก และสิ่งที่แตกต่างจากโรงแรมในเครือ คือ ดีไซน์ ที่ได้มีการศึกษามาอย่างดี ให้สามารถตอบสนองลูกค้า และผู้มาพัก ให้เกิดความประทับใจและพึงพอใจสูงสุด นับแต่การวิเคราะห์ว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร แล้วนำมาออกแบบให้ตอบโจทย์ อย่างเช่น การดีไซน์ภาพรวมออกมาในคอนเซ็ปต์ เจอร์นี่ ออฟ ดิสคัฟเวอร์รี่ (Journey of Discovery) ซึ่งจะไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่ล็อบบี้ไล่ขึ้นไปในแต่ละชั้น ที่จะพบการออกแบบตกแต่งเป็นอันซีนทะเลที่น่าตื่นตาตื่นใจ

ด้าน ปวีณ กอบบุญ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดูแลการออกแบบด้านสถาปัตย์ เปิดเผยถึงการวางคอนเซ็ปต์ในการออกแบบว่า จากการได้ร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารถึงโครงการดังกล่าว สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดเด่นที่สำคัญของโรงแรมคือ ทำเลและที่ตั้งบริเวณพัทยาเหนือ โดยบริเวณดังกล่าวมีวิวที่สวยงาม มีมติหลายมุมมอง โดยเฉพาะที่ตั้งของโรงแรม เป็นจุดที่มีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล ไม่มีอะไรมาบังวิว โดยสามารถเดินทางเข้าออกได้ถึง 3 ทิศทาง โดยมีแนวความคิดหลักซึ่งนำสู่การออกแบบเป็นแอร์พอร์ตเทอร์มินัลที่จะคอยแทรกเข้าไปในทุกๆส่วนของโรงแรม โดยบริเวณด้านหน้าเรามีการออกแบบให้เป็นเหมือนรันเวย์สนามบิน เปรียบเสมือนแอร์พอร์ตที่ติดทะเลซึ่งเราได้แรงบันดาลใจจากตรงนี้ สู่รูปทรงอาคารก็ไปในคอนเซ็ปต์เดียวกัน นำมาสู่การออกแบบที่เชื่อมธีมอาคารที่มีฟุตพริ้นต์เป็นรูปเครื่องบิน โดยชั้น 32 จะเห็นรูปทรงเหมือนอยู่บนเครื่องบิน โดยมีส่วนโค้งคล้ายปีกเครื่องบิน และหน้าต่างเครื่องบิน หากมองจากมุมสูง จะเห็นเหมือนเครื่องบินคู่กับรันเวย์ ร่วมกับการออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยโดยเน้นการใช้กระจก มีเคิร์ฟ มีเส้นโค้ง เช่นเดียวกับห้องพักที่เป็นความท้าทายของทีมงานคือเราจะวางห้องอย่างไรให้เห็นทะเลทุกห้อง ซึ่งเป็นจุดเด่นและเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม สำหรับการออกแบบดังกล่าวทีมงานจึงออกแบบวางหน้าต่างและระเบียงบิดเฉียงเป็น 45 องศา การวางเตียงก็ไปในทิศเดียวกับทะเล ทำให้ตอนเย็นสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตก สิ่งเหล่านี้เป็นการออกแบบที่มีการลงทุนสูง เพื่อให้ทุกห้องได้มีความสุข ผ่อนคลายกับภูมิทัศน์ เพราะมองเห็นวิวทะเลได้ทุกห้อง”ปวีณ กล่าว

ด้าน บุญชัย สกุลธรรมรักษ์ บริษัท กรีน อาคิเท็คส์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบการออกแบบด้านภูมิสถาปัตย์, Soft Scape, Landscape กล่าวเพิ่มเติมว่าจุดไฮไลต์ที่เห็นเป็นเอกลักษณ์และมีการแชร์ในโลกโซเชี่ยลกันมากในขณะนี้คือ รันเวย์จำลองและตัวเครื่องบินจำลองขนาดเท่าลำจริงที่บริเวณด้านหน้าโรงแรม เกิดจากโครงการมีพื้นที่เซ็ตแบ็กที่ต้องเป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างขนาด 20,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวจึงได้ถูกปรับภูมิทัศน์ให้กลายเป็นรันเวย์สนามบินติดกับทะเลตรงหัวมุม ด้วยการออกแบบดังกล่าวจะช่วยดึงดูดและสะกดสายตาผู้ที่ผ่านไปมาได้ เพราะจะเห็นความเหมือนของสนามบิน และยังมีไอค่อนใหญ่ คือ เครื่องบินที่ลอยเด่นอยู่ ยิ่งช่วงในเวลากลางคืน จะมีไลต์ติ้งโชว์ที่ใกล้เคียงกับสนามบินจริงๆ ซึ่งจะเพิ่มความสวยงามพร้อมทั้งดึงดูดให้ผู้คนที่ได้พบเห็นอยากมาเยือนที่นี่
อีกหนึ่งไฮไลต์ “สวนน้ำลอยฟ้า” ขนาดพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร การออกแบบเกิดจากแรงบันดาลใจภายใต้คอนเซ็ปต์ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ดีไซน์ให้ขนานไปกับเส้นขอบฟ้า เพื่อให้รู้สึกถึงความต่อเนื่องกัน โดยล้อไปกับทะเล และท้องฟ้า เราจึงนำสิ่งเหล่านี้มาเล่าเรื่อง ทำให้เกิดความสุขขณะว่ายน้ำในสระ เสมือนแหวกว่ายในท้องทะเลจริงๆ ยิ่งหากมาอยู่ริมสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ดีที่สุดด้วยพาโนรามิกวิว 180 องศามองเห็นวิวทะเลได้เป็นมุมกว้างไม่มีอะไรมาบดบังสายตายิ่งเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายของผู้มาใช้บริการ นอกจากนี้ ในสวนน้ำยังมีสไลเดอร์, ถังน้ำล้นขนาดยักษ์, สระน้ำสำหรับเด็ก, อ่างจากุชชี่ และมุมส่วนตัว อาทิ คาบาน่า และเดอะ พูล บาร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้มาพักผ่อนจริงๆ
ส่วนบริเวณด้านที่เป็นวิวเมืองเราก็แบ่งสัดส่วนได้อย่างลงตัวเพื่อใช้สำหรับในการจัดอีเว้นต์ ปาร์ตี้ การแสดงดนตรี และมีที่นั่งพักผ่อน อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของเมืองพัทยาที่ไปพักที่โรงแรม และถ้าไม่ได้ไปเหยียบที่นี้ถือว่าผิด คือ สกายบริดจ์ (Sky Bridge) สะพานทางเดินกระจก แห่งแรกของเมืองพัทยา เมื่อขึ้นไปเดินจะเหมือนเราได้แตะขอบฟ้า ห้ามพลาดที่จะถ่ายรูปจากจุดนี้ เพราะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่าวพัทยาได้ 180 องศา เป็นมุมที่สวยมากๆ เหมาะกับการถ่ายภาพ มาเซลฟี่ขึ้นโซเชียลก็ได้” บุญชัย กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ ธนวัฒน์ สุขัคคานนท์ บริษัท อินทีเรียร์ วิชั่น จำกัด ผู้รับหน้าที่ออกแบบตกแต่งภายในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลาง กล่าวว่าการตกแต่งภายในยังคงให้ความสำคัญของมาตรฐานของโรงแรมระดับพรีเมียม การตกแต่งแบบมีสไตล์ โดยนำดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายในห้องพักเน้นความหรูหรา สะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักผนวกกับแรงบันดาลใจการออกแบบตกแต่งภายในตาม คอนเซ็ปต์เป็น เจอร์นีย์ ออฟ เอ็กซ์โซติก (Journey of Exotic) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ Galaxy และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกมาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่ง
ในส่วนของห้องพักได้วางคอนเซ็ปต์ กาแลกซี่ (Galaxy) ซึ่งจะถูกเนรมิตตั้งแต่ก้าวเข้าห้องพักผ่านการเดินทางในอวกาศ ดวงดาว เมื่อกลับมาพักผ่อนบรรยากาศภายในห้องเหมือนเรานอนดูดวงดาวที่ส่องระยิบระยับประดับประดาด้วยกลุ่มดวงดาวบนเพดาน ประกอบกับแผงวงจรไฟเบอร์ออฟติกที่เจาะเป็นรูสีฟ้าวางตำแหน่งแสดงตามจักรราศี ร่วมกับแสงออโรร่าบนหัวเตียง ที่จะให้ผู้เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายตลอดค่ำคืน
“ที่ชั้นล็อบบี้ให้ความรู้สึกว่า บรรยากาศเหมือนการเดินลัดเลาะไปตามชายหาดรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย แต่ยังคงสอดผสานกลิ่นอายของท้องทะเลไว้ด้วยของตกแต่งด้วยการจำลองรูปลักษณ์เหมือนแพลงตอนชนิดหนึ่ง ที่เรืองแสงตอนกลางคืนโดยใช้การเป่าแก้วและเป่าลายเลียนแบบ แล้ววางดีไซน์ ไว้บนเพดาน ในล็อบบี้ ยิ่งในตอนกลางคืนจะสะท้อนแสงลงไปที่พรม ทำให้เกิดบรรยากาศที่เราตั้งใจจำลองให้ใกล้เคียงของจริงให้ได้มากที่สุด”
“สำหรับชั้นห้องอาหาร Waves & Wind เราตกแต่งในธีม ฟลายอิ้งฟิช หรือ ปลาบิน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่น่าสนใจ ดีไซน์ด้วยแก้ว เริ่มจากแชนเดอเลียหน้าลิฟท์ ซึ่งได้นำองศาการเคลื่อนตัวขณะบินนำสายตา มายังห้องอาหาร เพราะที่นี่จะมีแขกมารับประทานอาหารเช้า เราจึงอยากให้คนมาพักได้หลุดจากความรู้สึกเดิม ที่เคยรับประทานอาหารเช้าตามโรงแรมทั่วไป ที่นี่จะเป็นเหมือนตลาด หรือซูเปอร์มาเก็ต ให้เลือกอาหารจากตู้ด้านหน้า อย่างเพลิดเพลิน โดยมีปลาบินเป็นตัวเดินเรื่อง สำหรับ คิดส์คลับ สวรรค์สำหรับเด็กๆ เราได้จำลองตัวบลูค็อตโต้ ในอิตาลี โดยนำเรื่องของปลาวาฬ ที่กินเรือเข้าไป ให้ความรู้สึกว่า ทุกคนอยู่ใต้ท้องปลาวาฬ มีการผจญภัย ที่สนุกสนานสำหรับเด็ก

ปัจจุบันเมืองพัทยามีการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีรวมไปถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแผนการเสนอชื่อเมืองพัทยาต่อยูเนสโกให้เป็นเมืองภาพยนตร์ เนื่องด้วยมีการถ่ายทำภาพยนตร์ไม่น้อยกว่า 300 เรื่องต่อปี และรายได้ร้อยละ 90 มาจากการท่องเที่ยว สำหรับ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพัทยาเหนือ ก็ยังคงชู ความสะดวกสบาย เพราะตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้า เทอร์มินัล พัทยา โดยจุดเด่นคืองานออกแบบที่สวยงาม พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เต็มที่ ทั้งพื้นที่สวนน้ำขนาดใหญ่ Glass bridge Outdoor Auditorium ห้องประชุมสัมมนา Kids club, Fitness ห้องอาหารวิวทะเลและ Rooftop restaurant ซี่งการลงทุนในครั้งนี้ทำเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางพร้อมครอบครัวที่เป็นระดับบนต้องการมาเที่ยวเมืองพัทยา ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยากล่าว

และนั่นคือความโดดเด่นของ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เหนือศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ใจกลางพัทยาเหนือ ที่พร้อมต้อนรับผู้ที่มาเยือน ทั้งกลุ่มครอบคัว เพื่อน คู่รัก หรือกลุ่มประชุมสัมมนา แล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร.033-168-999 และติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่ www.grandecentrepointpattaya.com www.facebook.com/grandecentrepointpattaya

LH Bank ผนึกพันธมิตรเปิดบริการ Mobile Payment Service พร้อมเดินเกมรุกตลาด e-Wallet

 

LH Bank เดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Payment Service) ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service หรือการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อผลักดันและส่งเสริมสังคมดิจิทัลพร้อมจับมือพันธมิตรรุกตลาด e-Wallet

คุณศศิธร พงศธร ฉัตรศิริวิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการทำธุรกรรมต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงินซึ่งลูกค้าหันไปทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking มากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เผยว่า คนไทยทำธุรกรรมทั้งการโอนเงินและชำระเงิน รวมถึงการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ผ่าน Mobile Banking เพิ่มขึ้น จาก 31.6 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2560 เป็น 47 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2561 หรือเพิ่มขึ้น 49%

“สอดรับกับการเติบโตของฐานลูกค้า LH Bank ที่มียอดการใช้ Mobile Banking เติบโตถึง 56% จึงทำให้ธนาคารได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” คุณศศิธรกล่าว

การเปิดให้บริการรับชำระเงินผ่านมือถือ (Mobile Payment Service) จะทำให้ LH Bank มีบริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันธนาคารเดินหน้าพัฒนา Digital Payment อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนสังคมไร้เงินสด โดยเพิ่มช่องทางการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ (ให้ทุกการใช้จ่ายไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด Digital Payment Cross Border Service การชำระเงินข้ามพรมแดน) โดยระยะเริ่มต้น LH Bank จะใช้ฐานลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และจะขยายฐานลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้น ในการเสริมสร้างความสามารถด้านการแข่งขัน เพื่อยกระดับการให้บริการของกลุ่มการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้เป็นมาตรฐานสากล ซึ่งธนาคารมีแผนจัดรายการโปรโมชั่นกระตุ้นการขยายร้านค้า ด้วยการมอบอัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ โปรโมทร้านค้าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย อาทิ LINE และ Facebook ของธนาคาร รวมถึงพันธมิตรคู่ค้า e-Wallet ต่างๆ

ด้านคุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัดหรือ LHMH กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมมีการพัฒนาช่องทางการชำระเงินมาอย่างต่อเนื่อง จากแรกเริ่มที่ใช้การโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อยืนยันการสำรองห้องพัก มาเป็นยุคของการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ หรือพร้อมเพย์ จนปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นการชำระเงินในระบบของ e-Wallet ในรูปแบบ QR Code โดยลูกค้ากลุ่มใหญ่ของโรงแรมเป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวไทย ดังนั้น การมีช่องทางการชำระเงินที่สะดวกสบายมากขึ้น รองรับ e-Wallet ของนักท่องเที่ยวจีนก็จะช่วยให้การใช้จ่ายและการจองห้องพักได้ง่ายขึ้น

“แนวโน้มการชำระเงินของลูกค้าโรงแรม มีพัฒนาการชำระในรูปแบบ e-Wallet มากขึ้น ซึ่งเมื่อ LH Bank มีบริการที่ครอบคลุม e-Wallet ชั้นนำของไทยและทั่วโลก ก็จะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

ดร. ศรุต วานิชพันธุ์ Director of Sea (ประเทศไทย) บริษัท AirPay จำกัด กล่าวว่า “AirPay มุ่งมั่นไม่เพียงแค่เป็นบริการ Online Payment ที่พร้อมยกระดับชีวิตผู้ใช้งานในยุคดิจิทัลด้วยบริการครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เปย์ครบ จบทุกการรอ” แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์บริการที่ตอบรับนโยบายของภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์ สำหรับความร่วมมือกับ LH Bank ในครั้งนี้ AirPay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ Online Payment เจ้าแรกๆ ที่ช่วยเติมเต็มและอำนวยความสะดวกผู้ใช้งาน ส่งมอบโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับธุรกิจในเครือ LHMH ทั้งในส่วนห้างสรรพสินค้าไปจนถึงโรงแรม และผู้ใช้บริการที่มีบัญชีธนาคาร LH Bank สามารถผูกบัญชีและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นแอร์เพย์ได้ ความร่วมมือของ LH Bank และ LHMH ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนกันและกัน และเป็นการขยายโอกาสของลูกค้าที่จะทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านระบบ AirPay มากยิ่งขึ้น”

คุณแพทริค งาน ประธานกรรมการบริหาร QFPay International Company Limited หรือ QFPay กล่าวว่า QFPay เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นเกี่ยวกับการชำระเงินผ่านมือถือ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก และในครั้งนี้ได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อำนวยความสะดวกให้แก่ร้านค้า เพิ่มช่องทางการรับชำระสินค้าและบริการแบบทันที เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสดและเพื่อความคล่องตัว ในธุรกิจบริษัทคู่ค้าทางธุรกิจที่มีชื่อเสียง อาทิ กลุ่มโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ มากกว่าการให้บริการชำระค่าสินค้าแล้ว QFPay ยังมอบบริการ ที่ช่วย “เพิ่มมูลค่าบริการและโซลูชั่น” ให้แก่คู่ค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายรวมถึงโปรแกรมการสะสมแต้มและสมาชิกของคู่ค้าผ่านทางดิจิทัลโซลูชั่น การสแกน QRC สั่งอาหารผ่านคูปองดิจิตอล หรือ โปรโมชั่น “Red Packet” (อั่งเปา) เป็นต้น

แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ยึดทำเลทองพัทยาเหนือ ผุดโครงการ ‘มิกซ์ยูส’ ชูจุดเด่นโรงแรมติดศูนย์การค้า ปักธงต่างจังหวัดเป็นที่แรก

กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล พร้อมปักธงต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก เปิดโครงการ มิกซ์ยูส “โรงแรม-ศูนย์การค้า” ที่พัทยา Q4 นี้ สร้างแลนด์มาร์กใหม่ ทำเลเจาะใจกลางเมืองโซนพัทยาเหนือ พื้นที่ 33 ไร่ งบลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ด้วยพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า โครงการใหม่ที่เมืองพัทยาเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ของกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ต่อจากโครงการเทอร์มินอล21 ที่อโศก กรุงเทพฯ โดยที่เมืองพัทยามีพื้นที่กว่า 33 ไร่ ประกอบไปด้วยโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จำนวน 396 ห้อง สวนน้ำลอยฟ้าพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตรและ ห้องประชุมสัมมนา จับกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่
ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น โรงภาพยนตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์อาหารPier 21 และร้านค้ามากกว่า 500 ร้านค้า โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณพัทยาเหนือ และมีทางเข้าออกได้มากถึง 3 เส้นทางหลัก คือถนนพัทยาเหนือ ถนนพัทยาสาย 2 และถนนเพ็ชรตระกูล

สำหรับโครงการฯดังกล่าว กลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ยังมีความมั่นใจในการลงทุนและยังเชื่อมั่นศักยภาพในเมืองพัทยา โดยเมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พื้นที่เมืองพัทยายังครอบคลุมไปถึงเกาะล้าน เกาะครก และเกาะสาก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบทั้งเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง และกีฬาทางน้ำ นอกจากนี้ยังมีสถานที่และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ มากมาย ไม่เพียงแต่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกแล้ว แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ปราสาทสัจธรรม พิพิธภัณฑ์ริปลีย์ส สนามโกคาร์ท หมู่บ้านช้างพัทยา เมืองจำลอง ตลาดน้ำสี่ภาค อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ เป็นต้น เมืองพัทยาจึงถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการให้บริการแบบครบวงจรสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ในทุกรูปแบบพฤติกรรมการบริโภค การท่องเที่ยว และทุกระดับฐานะทางเศรษฐกิจสังคม โดยกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์
โฮเทล คาดว่าในปีที่ 2 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งเป้ามีอัตราเข้าพัก 88% และศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ตั้งเป้ามีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

ด้านนายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์, เทอร์มินอล21 อโศก, เทอร์มินอล21 โคราช, เดอะ พรอมานาด และไลฟ์ เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา เป็นโครงการใหม่ล่าสุดของเราในปี 2561 ซึ่งนับเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ระยะยาวจากเครือแลนด์แอนด์เฮาส์ในตลาดภูมิภาคแห่งแรก บนพื้นที่โครงการ 33 ไร่ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา ประกอบด้วยพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ 6 ชั้น ประกอบด้วย โรงภาพยนตร์ SFX จำนวน 7 โรง ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต 24 ชั่วโมงบนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ศูนย์อาหารPier 21ฟู้ดคอร์ท มากกว่า 30 ร้านค้าบนพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร พื้นที่รวมของอาคารกว่า 180,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้งสุดชิคที่ยกโลกทั้งใบมารวมไว้ในที่เดียว พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการช้อปปิ้งท่ามกลางบรรยากาศที่ออกแบบสถาปัตยกรรมล้ำสมัยสไตล์ มาร์เก็ตสตรีท จากแรงบันดาลใจของ 6 มหานคร แหล่งการช้อปปิ้งระดับโลก ได้แก่ ปารีส, ลอนดอน, อิตาลี, โตเกียว, ซานฟรานซิสโก และฮอลลีวูด เชื่อมต่อถึงกันด้วยดีไซน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครของบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในศูนย์การค้าของประเทศไทยความยาวรวม 39 เมตร ตระการตาไปกับเครื่องบินบนรันเวย์ที่ยาวกว่า 250 เมตร ติดชายหาดจำลอง ซึ่งน่าจะดึงดูดผู้มาเยือนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน

นายกิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่าสำหรับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นอาคารสูง 32 ชั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบที่หรูหรา ภายใต้คอนเซปส์ “A Journey of Discovery” เดินทางสู่มุมพักผ่อนอันสวยงามหลากหลายด้วยพื้นที่ภายใน
บริเวณโรงแรมที่ถูกออกแบบตกแต่งอย่างสุดประทับใจควรค่าแก่ความทรงจำและการถ่ายภาพสวยๆ ไปฝากครอบครัวและพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นอย่างยิ่ง

โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ตั้งอยู่เหนือ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา บริเวณวงเวียนโลมาใจกลางพัทยาเหนือ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก และนักเดินทางจากทั่วโลก ที่นี่เพียบพร้อมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับผู้มาเยือน โดยจำนวนห้องพักแบบดีลักซ์ (Deluxe) และห้องสวีท (Suite) ทั้ง 396 ห้อง ตั้งอยู่ตั้งแต่ชั้น 11 ขึ้นไป ทุกห้องพักออกแบบให้เห็นวิวทะเลทั้งหมดด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติและระเบียงส่วนตัว ภายในออกแบบและตกแต่งสไตล์คลาสสิคเน้นโทนสีน้ำเงินเข้ม-สีฟ้าน้ำทะเลผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ห้องพักทุกห้องประดับด้วยกลุ่มดวงดาว ซึ่งมีประกายระยิบระยับเหนือเตียงที่พักสร้างการพักผ่อนในวันแสนสบายและการหลับที่เป็นสุขพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริการพิเศษอันเป็นมาตรฐานของกลุ่มโรงแรมในเครือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ อย่าง Free Wi-Fi ครอบคลุมทุกจุดของโรงแรม เครื่องผลิตน้ำแข็ง และตู้ขายของอัตโนมัติในราคาประหยัดบริการในทุกชั้นตลอด 24 ชั่วโมง บริการเครื่องดื่มต้อนรับฟรีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ที่ลอบบี้ และ ขนมเครื่องดื่มให้บริการฟรีในห้องพัก นอกจากนี้แล้วทางโรงแรมยังขยายพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ทั้งสวนน้ำ (Water Park) ขนาดใหญ่ อาณาจักรแห่งความสนุกชุ่มฉ่ำใจกลางเมืองพัทยาซึ่งมีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบในคอนเซปส์ “อวกาศ” (Space) พร้อมเครื่องเล่นครบครัน สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 3 สระพร้อมสไลเดอร์ อ่างจากุซซี่ (Jacuzzi) และ สระน้ำสำหรับเด็กแยกเฉพาะให้เด็กๆ เพื่อความปลอดภัยและได้เล่นสนุกชุ่มฉ่ำกับเครื่องเล่นโดนใจกันตลอดวัน สกายบริดจ์ (Sky Bridge) มุมสุดชิคสำหรับถ่ายภาพบนทางเดินกระจกยื่นไปในอากาศ รวมถึงพื้นที่สวนลอยฟ้าขนาดใหญ่สำหรับช่วงเวลาที่ดีสำหรับครอบครัว เพื่อนฝูงและคู่รัก ทางโรงแรมยังตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มประชุมสัมมนาด้วยพื้นที่ห้องประชุมขนาดใหญ่ 7 ห้อง ขนาดความจุกว่า 300 คนซึ่งห้องประชุมทุกห้องได้รับแสงธรรมชาติ มีทิวทัศน์ที่งดงาม ให้บรรยากาศการประชุมที่น่าพึงพอใจ และยังได้เตรียมพื้นที่สำหรับกิจกรรมสัมมนาและกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ อาทิ แอมฟิเธียเตอร์ (Amphitheatre) ลานกลางแจ้งที่สามารถรองรับกิจกรรมการประชุม ปาร์ตี้ส่วนตัวกับมุมซีฟู้ดบาร์บีคิว หรืองานสังสรรค์ได้ถึง 150 คน เป็นต้น รวมถึงการจิบชา กาแฟหรือเครื่องดื่มในยามสายหรือบ่าย ในบรรยากาศตะกร้าปิคนิคให้แขกผู้เข้าพักได้เลือกมุมจิบชาได้ตามความชอบ บนโต๊ะหรือบนสนามหญ้าชมวิวของท้องทะเล ในส่วนของร้านอาหาร ด้วยห้องอาหาร 2 ห้อง ทั้ง เวฟแอนด์วินด์ (Waves & Wind) สำหรับการบริการอาหารเช้าสุดพิเศษที่เน้นเสิร์ฟตามความต้องการของผู้เข้าพักและ All day dining ในบรรยากาศของสวนน้ำและสวนอันร่มรื่น เดอะสกาย 32 (The Sky32) ห้องอาหารซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุด ให้เห็นวิวทะเลอ่าวพัทยา และเมืองพัทยา 180 องศา ในยาม
พระอาทิตย์ตกดินตราบจนค่ำคืนที่เห็นแสงสีของพัทยาทั้งเมือง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ใหม่ที่คุณจะได้สัมผัสเมืองพัทยาในมุมมองใหม่ และสวยงามที่สุด

สำหรับรายได้รวมเฉพาะกลุ่มโรงแรมในปี 2562 คาดการณ์ประมาณ 3 พันล้านบาท เพิ่มจากปี 2561 ประมาณ 20% และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีที่ 88% คาดว่ากลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่มีแนวโน้มการเติบโตดี ฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ และไต้หวัน พร้อมทั้งคาดว่าจะมีลูกค้าจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ปัจจุบันกลุ่ม แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล ประกอบด้วย ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 อโศก และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 4 แห่งได้แก่ ราชดำริ เพลินจิต เทอร์มินอล 21 และสุขุมวิท 55 รวมถึงศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ที่จะมีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยสัดส่วนรายได้ปัจจุบันโรงแรมยังมากกว่าศูนย์การค้าประมาณ 60:40 เนื่องจากศูนย์การค้ายังมีเพียงแห่งเดียวซึ่งได้นำเข้ากองทรัสต์แล้ว จึงมีรายได้เฉพาะจากการบริหารพื้นที่ขายแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะพรอมานาด และเทอร์มินอล21 โคราช ซึ่งปลายปีนี้จะมีการเปิดศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 พัทยาและยังไม่นำเข้ากองทุน ซึ่งจะทำให้รายได้จากศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 45% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจยังไม่ใช่เป้าหมายหลัก โดยเป้าหมายหลักที่แท้จริงคือการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้สำเร็จ นางสุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ โรงแรมแบรนด์คนไทย ก้าวไกลครบรอบ 10 ปี เน้นตอบสนองความต้องการตรงใจลูกค้า

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เผยรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 2,200 ล้านบาท และอัตราการพักซ้ำเพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนถึงความพึงพอใจของลูกค้าต่อการบริการของโรงแรม เน้นย้ำความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปี จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจนและตอบสนองความต้องการได้ตรงใจ

นางสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2560 โรงแรมทั้ง 4 แห่ง ในกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีรายได้รวมกว่า 2,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 30% โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 85% และคาดว่ากลุ่มโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องอีกในปีนี้ เนื่องจากภาพรวมธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมยังมีแนวโน้มเติบโตในทิศทางที่ดี ซึ่งกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ตั้งเป้ารายได้สำหรับปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 2,400 ล้านบาท โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ เกาหลี รวมถึงไต้หวัน มาเลเซีย และคาดว่าจะมีลูกค้าจากภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันกลุ่มโรงแรม “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” เปิดดำเนินการอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2559 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ในไตรมาสสี่ของปี 2561 นี้บริษัทมีแผนที่เปิดบริการอีกหนึ่งแห่ง คือโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมระดับพรีเมียม และเป็นโรงแรมในต่างจังหวัดแห่งแรก รวมแล้วบริษัทจะมีโรงแรมในกลุ่มรวมทั้งหมด 5 แห่ง จำนวนห้องพักรวมกว่า2,100ห้อง

นางสุวรรณา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ดำเนินธุรกิจมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ด้วยความพึงพอใจของลูกค้าทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจุดเด่นด้านการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า จึงสามารถสร้างฐานลูกค้าโรงแรมที่มั่นคง ทั้งยอดการเข้าพัก และ ราคาที่มีการเติบโตในทุกปี นอกจากนี้ยังมีอัตราการพักซ้ำเฉลี่ยสูงเทียบเท่าโรงแรมชั้นนำทั่วโลกอีกด้วย

“แม้ธุรกิจโรงแรมจะไม่ใช่ธุรกิจใหม่ แต่กลยุทธ์ที่เราใช้ เราใช้วิธีคิดใหม่ในการดำเนินกิจการ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพงานด้านการบริการ และคำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ที่คุ้มค่าที่สุด เราศึกษาความต้องการผู้บริโภคชัดเจน ดังนั้น การออกแบบจึงไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่เป็นจุดแข็งของเรา แต่การออกแบบด้านการบริการที่ตรงใจและตรงความต้องการของลูกค้าคือสิ่งที่เราคำนึงถึง สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรม และเราไม่หยุดนิ่งที่จะหาสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการต่างๆของลูกค้าในอนาคต” นางสุวรรณา กล่าว

จุดเด่นของโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ในเครือทั้งหมดคือทำเลที่ตั้ง ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง ง่ายและสะดวกต่อการเดินทางไปยังย่านเศรษฐกิจและศูนย์รวมความบันเทิงชั้นนำต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร อาทิ อโศก สยาม สุขุมวิท สีลม และวิทยุ ทั้งยังตั้งอยู่ใกล้สถานีขนส่งมวลชนทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และอีกหนึ่งจุดแข็งคือการนำเสนอความสะดวกสบายให้กับผู้เข้าพักด้วยพื้นที่ส่วนกลางภายในโรงแรมที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และห้องพักที่กว้างขวางกว่าโรงแรมทั่วไป หรูหราด้วยการตกแต่งที่งดงามแบบไทยร่วมสมัย คำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยของพื้นที่ เน้นความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความคุ้มค่า

“เราใส่ใจทุกรายละเอียดและความต้องการของผู้ที่เข้ามาพักเสมอ รวมถึงสิ่งจำเป็นในปัจจุบันเมื่อเข้าพักตามโรงแรม เช่น ระบบ Internet WIFI ที่เราเป็นแห่งแรกที่ให้บริการฟรีในทุกพื้นที่ของโรงแรม การบริการน้ำดื่มที่มากกว่ามาตรฐานที่โรงแรมอื่นให้ เรามี Free snacks & beverage ให้บริการในห้องพักโดยเติมทุกวัน นอกจากนี้เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสเราจากcustomer touch point ตั้งแต่ครั้งแรกเราจึงมีการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ grandecentrepointhotels.com โดยพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานให้สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวก ครอบคลุมการใช้งานจากทุกอุปกรณ์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าเป็นสำคัญ” นางสุวรรณา กล่าวทิ้งท้าย

Grande Centre Point Group Unveils Brand New Hotel in the Heart of Thong Lo Boasting the Largest Onsen Spa in Thailand, Ready to Welcome Influx of Asian Tourists

The Grande Centre Point Group has revealed 2016 annual revenue of over THB 1.75 billion. The occupancy rate of its three hotels along Sukhumvit road was also beyond any set targets. Its brand new branch in the heart of Thong Lo, “Grande Centre Point Sukhumvit 55,” is being unveiled under the concept of Stylish Sanctuary. The group foresees a bright future for Bangkok hotel industry, which grows to match a constant rise in number of Asian tourists.

 

Mrs. Suwanna Buddhaprasart, Chief Executive Officer of LH Mall & Hotel Co., Ltd., reveals that she expects Thai hotel business to continue to grow steadily in 2017, thanks to the increasing amount of Western and Asian tourists, which have been rising by 14% (the American zone) and 10%, respectively. The numbers clearly show that Asia is still the main tourist destination.

 

As for Bangkok hotel industry, Mrs. Suwanna believes there will be a surge in both occupancy and revenue. Asian tourists still make up the majority of guests and are ever increasing in number, especially for those from China, Japan, South Korea, India, Hong Kong, and Malaysia. Combining with the rise in number of American tourists, this will help compensate for the loss of euro-zone tourists, which may continue to decline this year.

 

Grand Centre Point Group boasts 2016 annual revenue of over THB 1.75 billion, an increase from 2015 by 15%. The hotels’ occupancy rate has also grown by 6% from an already high average rate. The group’s marketing plan this year remains centered around the concept of “Grande Your Stay” which represents the brand’s values: space luxury, functional simplicity, and dedicated service, with a goal of creating a lasting memory for the guests.

 

The group will also emphasize online marketing to connect with worldwide tourists, using sales representatives to target more diverse markets and expand its marketing base as well as to cater for its target’s needs. Recent studies show that customers nowadays tend to acquire information and make reservations via the Internet. They also opt to choose hotels with special promotions, impressive services, with complete and modern facilities including Internet WiFi. In order to reach the targeted customers, its marketing and public relations plans are being put in place to implement social media such as Facebook, Twitter, Instagram, etc to offer accurate information, special promotions, and other customer services. The hotel group also plans an online survey to gather its customers’ opinion, which will contribute to future development.

Mrs. Suwanna Buddhaprasart added that in 2017, the Grande Centre Point Group remains committed to the development of services for the convenience of customers. Apart from the all-area free WiFi, which the group is among the first in hotel business to offer, its guests will also be able to enjoy high technological services throughout the facilities. Every hotel room in the group is now equipped with a Smart TV which provides various international programs and can be connected to the Internet as well as the guests’ own smart phones. Guests can also find Grande & Go vending machines in their hotels’ public areas where they can buy moderately priced snacks and beverages 24/7 at their convenience. As for restaurant services, the group proudly invites customers to experience its Thai food corners, which always have the most popular Thai delicacies on offer such as holy basil stir-try, massaman curry, and many more.

 

General Manager of Grande Centre Point Sukhumvit 55, Mr. Somchai Meesri, comments that although the hotel business in Thailand is highly competitive, the group sees a lot of potential for this new branch. Its prime location, at the heart of Thong Lo and with easy access to a BTS station, boasts a copious amount of international restaurants, fashion boutiques, community malls, and pretty much every kind of goods or services you desire. Most accommodations available in the area are serviced apartments. There are currently very few full service hotels, which give the new Grande Centre Point Sukhumvit 55 plenty of room to grow. He expects its 2017 revenue to be approximately THB 420 million.

 

Grande Centre Point Sukhumvit 55 is a 5-star hotel. Its decoration incorporates classical western flair and eastern elegance seamlessly. The inspiration comes from the story of “Naga” or the Naga King Mucalinda, which is reflected in the architecture and the interior of the building so perfectly that it won Best Hotel Architecture Thailand from the International Property Awards. The Grand Centre Point Sukhumvit 55 is also the first hotel with the largest Japanese styled onsen spa services, covering an area of ​​1,800 square meters. All the facilities in the hotel are copiously provided and designed with simplistic convenience in mind.

 

Grande Centre Point Sukhumvit 55 has 442 guestrooms, each offering modern décor and exciting views of Bangkok. The amenities in all rooms comprise of a large bathtub, a shower, an automatic toilet seat, a Smart TV, a safe, an iron, and free WiFi in all areas. The hotel also prides itself in providing a variety of room types and facilities to meet the needs of customers. Among the outstanding options are the Lady Deluxe rooms for women only; with provisions and facilities as well as added security to make women travellers feel more safe and comfortable. Other excellent services provided by the hotel include a business lounge, an outdoor swimming pool, jacuzzis, a fitness club, a sauna, steam, yoga room, a recreation room, and social rooms 1 and 2.

 

 

The General Manager of Grand Centre Point Sukhumvit 55 added that since 90% of the hotel’s customers are foreigners, the management plans to focus its marketing activities more on foreign markets, especially for the Asian countries, with intention to expand to European ones next. Two parts of the plan include offering various promotions and improving services by enhancing staff’s performances to accommodate the market growth.

 

Upholding its reputation as one of the most popular travel destinations in the world, there have been more than 32 million visitors to Thailand in 2016, generating over THB 2.6 trillion in revenue. This is a clear evident that our unique sites, culture, and smile, are still as charming as ever in the eyes of worldwide tourists.

 

* * * * * * * * * *

 

For more information, please contact:

Ms. Weerutai LuechaisitCluster Public Relations Manager

LH Mall & Hotel Co., Ltd.

Tel:  +66 2610-1881 ext. 205

Emailweerutai.l@hmh.co.th

Website: www.grandecentrepointhotels.com

Khanchit PinnareePublic Relations

Chai PR Co., Ltd.

Mobile: 089 132 3570

Tel: 02 184 7566 / Fax: 02 184 7516

E-mail: chaipr_consultant@yahoo.com

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พร้อมเปิดตัวโรงแรมใหม่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ชูคอนเซ็ปต์ “Stylish Sanctuary” ปลายปี 2559นี้

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พร้อมเปิดตัวโรงแรมใหม่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ชูคอนเซ็ปต์ “Stylish Sanctuary” ปลายปี 2559นี้

คุณสุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริษัท แอล แอนด์ เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เจ้าของและผู้บริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ เปิดเผยถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ซึ่งตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 55 ย่านทองหล่อ เหมาะสำหรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือนักท่องเที่ยวที่มาพร้อมครอบครัว โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องพักและห้องสวีทที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม 442 ห้อง ห้องอาหาร 2 ห้อง ห้องประชุม 4 ห้อง และนับเป็นโรงแรมฯ แห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่จะเปิดบริการสปาออนเซนขนาดใหญ่ภายในโรงแรมฯ พร้อมให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา” คุณสุวรรณา กล่าว

กลยุทธ์การเปิดตัวของโรงแรมยังคงเน้นจุดขายด้านฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ควบคู่กันไป ซึ่งฮาร์ดแวร์ คือ คาแร็กเตอร์และบรรยากาศที่มีความแตกต่างจากโรงแรมอื่นๆด้วยความโดดเด่นด้านการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครและมีคอนเซปต์ชัดเจน ซึ่งผสมผสานการออกแบบและตกแต่งภายในสไตล์วิทเทจกับเรื่องราวของ นาคา หรือที่คนไทยรู้จักดี พญานาคมุจลินทร์ สะท้อนออกมาทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและการตกแต่งภายใน โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ จึงตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน ซึ่งชอบเดินทางเพื่อค้นหาความแปลกใหม่ พบเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นโดยเฉพาะเรื่องวิถีชีวิตชุมชนผ่านงานสถาปัตยกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเราเชี่ยวชาญและครองตลาดมากว่า30ปี

ทั้งนี้ยังเพิ่มเติมส่วนของสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา อาทิ ออนเซนที่ใหญ่และครบครันที่สุดในประเทศไทย เปิดให้บริการควบคู่กับสปาครบวงจรซึ่งตั้งอยู่เป็นสัดส่วนในชั้นเดียวกัน เพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการ บริหารงานโดย Let’s Relax Spa & Onsen ร้านอาหาร BlueSpice Café ซึ่งเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง พร้อมแนะนำเมนู street food และข้าวเกษตรอินทรีย์ ให้ลูกค้าต่างชาติได้ประทับใจในวิถีไทย

ในขณะที่ด้านซอฟแวร์ งานบริการที่สื่อสารความรู้ความเข้าใจในเสน่ห์ของความเป็นไทย ความเข้าใจ ความใส่ใจ และความสามารถในการปรับเปลี่ยนการบริการให้ตอบรับความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยว ทำให้โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สะท้อนวิถีแบบไทยที่ชัดเจน ความคุ้มค่าในด้านราคา และคุณภาพที่มอบให้ คือสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยเข้าพักกับโรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ประทับใจที่สุด

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมนั้นจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยว และกลุ่มลูกค้าองค์กร(corporate)เป็นหลัก เนื่องจากศักยภาพของทำเลที่ตั้งของโรงแรม ซึ่งเดินทางสะดวกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งทางรถยนต์ ทางสายมอเตอร์เวย์ หรือ สามารถใช้บริการโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ ซึ่งลูกค้าสามารถเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ ทั้งนี้ โรงแรมตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ย่านช็อปปิ้ง และ วัฒนธรรมสมัยใหม่ ที่เป็นที่นิยมของทั้งคนกรุงเทพฯและต่างชาติในปัจจุบัน

ทั้งนี้ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 55 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี โดยใช้งบประมาณการลงทุนทั้งหมด 2,000ล้านบาท

โดยเปิดให้บริการห้องพักราคาเริ่มต้นที่ 3,500 บาท

กลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดให้บริการโรงแรมระดับ Upper Midscale ในกรุงเทพมหานคร โดยโรงแรมแรกโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพลินจิต บริการห้องพัก 277 ห้อง (เปิดตัวปี 2546 และมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2557) โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ บริการห้องพัก 526 ห้อง (เปิดตัวปี 2550) และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 บริการห้องพัก 498 ห้อง (เปิดตัวปี 2554)